ร.ร.ในโคราชทยอยเก็บแผ่นยางสนามฟุตซอลเข้ากรุ หลัง ป.ป.ช.ชี้นักการเมืองใหญ่มีเอี่ยว (มีคลิป)

โรงเรียนในโคราช เก็บแผ่นยางสนามฟุตซอลเข้ากรุ หลัง ปปช.ชี้มูลนักการเมืองใหญ่มีเอี่ยว ขณะที่นักวิชาการชื่นชม ปปช.ที่กล้าชี้มูล เตือนนักการเมืองให้ระวัง เพราะในพื้นที่โคราชมีเครือข่ายต้านทุจริตเข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ป.ป.ช.ตรวจสอบพบการทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ ป.ป.ช.ส่วนกลางได้ออกมาชี้มูลความผิดนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ, นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ กับพวกรวมกัน 24 ราย ร่วมกันทุจริตงบประมาณโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียน 6 แห่ง ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาทนั้น

ล่าสุด วันนี้ (7 สิงหาคม 2562) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 31 (สพม.เขต 31) ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 50 โรงเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่มีการร้องเรียนทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล และอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.ส่วนกลางขณะนี้ พบว่าทางโรงเรียน ได้มีการเก็บพื้นยางพาราไว้ในอาคารเอนกประสงค์ เนื่องจากพื้นที่การใช้งานสนามฟุตซอลอยู่กลางแจ้ง ขณะที่อุปกรณ์ และพื้นยางพาราที่นำมาใช้เป็นของที่ใช้สำหรับสนามในร่ม อีกทั้งอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ระหว่างการดำเนินการไต่สวนของ ป.ป.ช.อยู่ ทางโรงเรียนจึงยังไม่นำมาใช้งานจนกว่าจะมีการไต่สวนของ ป.ป.ช.เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งนายอภิรมย์ สินชุม ผู้อำนวยการโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ไม่ถึง 1 ปี และพบว่าสนามฟุตซอลอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จึงยังไม่ได้นำมาใช้งาน ปัจจุบันนักเรียนก็ยังเล่นฟุตซอลอยู่ในสนามพื้นปูนซีเมนท์ โดยทางโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม ได้รับเงินงบประมาณในการสร้างสนามฟุตซอลจาก สพฐ.ประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อปี 2555 แต่ยังไม่ได้ใช้งานสนามฟุตซอลจากโครงการดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะเกิดเรื่องร้องเรียนก่อน

Advertisement

ด้าน ดร.ปรีชา อุยตระกูล หัวหน้าโครงการวิจัย ประชาสังคมกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น เพื่อพัฒนาระบบและกลไกในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า การที่ ป.ป.ช.ออกมาชี้มูลความผิดนักการเมืองใหญ่ และพวกอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสนามฟุตซอลของโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมานั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ถึงแม้ว่าคดีนี้จะมีการตรวจสอบที่ล่าช้า เพราะเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 และมีการร้องเรียนตั้งแต่ปี 2557 มาแล้ว แต่ก็ยังดีกว่าคดีไม่คืบหน้า เพราะข้อมูลหลักฐานค่อนข้างชัดเจนแล้วว่ามีการทุจริตกันอย่างเป็นขบวนการ ตั้งแต่นักการเมืองระดับชาติ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ลงมาถึงระดับล่าง ซึ่งทีมวิจัยของตนเองก็ได้ทำการวิจัยในเรื่องนี้มาโดยตลอด และได้ส่งผลงานวิจัยที่พบการทุจริตโครงการสนามฟุตซอลโรงเรียนต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา ให้กับ ป.ป.ช.ตั้งแต่ปี 2560 แล้ว ถึงแม้ว่าการวิจัยจะจบลงแล้ว แต่ยังมีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นภาคประชาชนอยู่ทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคนกลุ่มนี้จะคอยตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่างๆ และรายงานเข้ามาให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหลังจากนี้ไปใครจะทุจริตอะไรก็จะไม่พ้นสายตาของเครือข่ายภาคประชาชนไปได้ ซึ่งตนเชื่อว่าถ้าภาคประชาชนช่วยกันตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง การทุจริตคอรัปชั่นก็จะไม่เกิดขึ้น หรือมีจำนวนลดลงอย่างแน่นอน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image