หน้าแรก ภูมิภาค ‘ครูปรี...

‘ครูปรีชา’ ฟ้องเดี่ยว ‘ทนายตั้ม’ หมิ่นประมาทใส่ร้าย ค้านถอนอายัดเงินที่เหลือ 24 ล้านเศษ

8.08.19 | 12:36 น.

จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร เนื่องจากทั้งคู่ต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท

ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย.62 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษายกฟ้อง หมวดจรูญ แต่คดีปลีกย่อยที่ฟ้องแยกออกไปยังมีอีกหลายคดี นอกจากคดีหลักดังกล่าวแล้ว ก่อนหน้านี้ ครูปรีชา ยังได้ฟ้องแพ่งต่อหมวดจรูญ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีเลขดำที่ พ.1230/60 อีกด้วย

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 62 ครูปรีชา ได้มอบอำนาจให้ นางสุดาทิพย์ พินิจจันทร์ เป็นทนายความ ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความส่วนตัวของ หมวดจรูญ ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ประทับรับฟ้องในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.671/62 ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 8 ส.ค.62 เวลา 09.00 น.

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 8 ส.ค. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.671/62 พร้อมด้วย นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความส่วนตัวได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดย นายษิทรา เผยว่า ช่วงเช้ามาขึ้นศาลในฐานะจำเลยที่ ครูปรีชา ฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ในการที่ตนแชร์บทความของอาจารย์สัญลักษณ์ ที่เป็นครูเพลงเมื่อปีที่แล้ว และปรากฏว่าทางครูปรีชาได้ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี แต่ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีคำสั่งอย่างไร แต่ท้ายที่สุด ครูปรีชา ก็มาฟ้องและดำเนินคดีกับ ตน ด้วยตัวเอง สำหรับคดีหมิ่นประมาทที่ ครูปรีชา ฟ้องตนมีทั้งหมด 3 กรรม 3 วาระ ทั้งหมดมาจากการที่ตนโพสต์ทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ได้หนักใจแต่อย่างใด

กรณีในช่วงบ่ายที่ศาลได้นัดไต่สวนคำร้องคดีแพ่ง คดีเลขดำที่ พ.1230/60 ที่ทาง ทนายษิทรา ยื่นต่อศาลเพื่อขอให้ถอนอายัดเงินในบัญชีของหมวดจรูญ ที่มีอยู่จำนวน 24,350,000 บาท นั้น ด้วยพยานหลักฐานที่มีจึงมีความมั่นใจว่าศาลท่านจะมีคำสั่งถอนอายัด เพราะการที่ ครูปรีชา ยื่นขออายัดเงินในขณะนั้น เขาไปขอด้วยเหตุฉุกเฉินโดยที่ทางฝ่ายเราไม่มีโอกาสได้มาแก้ต่าง แต่ถึงตอนนี้ตนคิดว่าตามข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ปรากฏที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานหลักฐานบุคคลต่างๆ จนในที่สุดศาลได้มีคำพิพากษาในคดีอาญา ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจรไปแล้ว คำพิพากษาดังกล่าวตนคิดว่าเป็นคำพิพากษาในศาลเดียวกัน ตรงนี้เองก็จะนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการที่จะขอให้ศาลท่านถอนอายัดเงินจำนวนดังกล่าวให้กับคุณลุงจรูญ

Advertisement

ด้าน นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความส่วนตัวของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ในคดีที่ ครูปรีชา ฟ้องหมิ่นประมาท กล่าวอย่างมั่นใจว่า จริงๆ แล้วเรื่องการฟ้องหมิ่นประมาทต้องดูข้อความเป็นสำคัญว่าข้อความที่ทาง ทนายษิทรา นำไปโพสต์ดังกล่าวไปทำให้ ครูปรีชา เสียหายหรือไม่ หรือมีข้อความไหนที่ไปพาดพิง ครูปรีชา ซึ่งไม่มีปรากฏ

ส่วนกรณีคดีที่ศาลนัดไต่สวนคำร้องถอนอายัดเงินของ หมวดจรูญ นั้น โดยหลักเราไม่ทราบว่าโจทก์คือทาง ครูปรีชา ได้ยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามาหรือไม่ ถ้าเขายื่นคำร้องคัดค้านเข้ามา ศาลท่านก็อาจจะมีการกำหนดวันนัดอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเขาไม่ยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามา เราอาจจะไต่สวนคำร้องเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งน่าจะเสร็จในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาไล่เลี่ยกัน นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา (โจทก์) พร้อมด้วย นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัว ก็เดินทางมาถึง โดย นายวรยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีในวันนี้มีอยู่ 2 เรื่อง คือในช่วงเช้าเป็นการไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.671/62 ที่ครูปรีชาฟ้อง ทนายษิทรา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ส่วนคดีในช่วงบ่ายจะเป็นการไต่สวนคำร้องขอถอนอายัดเงินในส่วนของคดีแพ่ง โดยจะมีทนายความอีกท่านหนึ่งที่รับผิดชอบคดีเดินทางมาไต่สวนคำร้อง ซึ่งทางฝ่ายเราได้ยื่นคำร้องคัดค้านไปแล้ว เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด และในส่วนข้อเท็จจริงเมื่อยังไม่ถึงที่สุด การวินิจฉัยอะไรต่างๆ ศาลท่านยังไม่ได้วินิจฉัยว่า ทางตัวของจำเลยนั้นเป็นเจ้าของเงินหรือเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 1 แต่การไต่สวนคำร้องในช่วงบ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ซึ่งเราก็ได้คัดค้านไปแล้ว

ด้าน ครูปรีชา เปิดเผยว่า การที่เราฟ้องหมิ่นประมาทในครั้งนี้ เนื่องจากเราถูกละเมิด ถูกใส่ร้าย ที่โพสต์ข้อความทำให้เราเสื่อมเสีย เมื่อเราถูกใส่ร้ายเราจึงใช้สิทธิตามกฎหมาย สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ห่วงใยและคอยติดตามข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่ ครูปรีชา ใคร่ครวญ ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มี 3 กรรม 3 วาระ ด้วยกัน คือเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 จำเลยได้แชร์โพสต์ข้อความ และรูปภาพ ของโจทก์และบุคคลอื่นในห้องสนทนาของจำเลยว่า…หวย 30 ล้านบาท จับพิรุธไอ้ปรีชา โหยหวยนอนคุก

วันที่ 4 มีนาคม 2561 จำเลยได้เผยแพร่ข้อความและรูปภาพที่โพสต์ใน Facebook ของนายสัญญาลักษณ์ ดอนศรี ในห้องสนทนาของนายสัญญาลักษณ์ ดอนศรี วันที่ 3 มีนาคม ว่า “แทนใจทีมลุง… เราไม่ใช่…เราก็แค่คนไทยอีกคนหนึ่ง…เห็นครูซึ่งถลำทำความชั่ว…กับผู้การ…และ แม่ค้า..หน้ามืดมัว…รวมหัวสร้างอัปยศปรากฏการณ์…เราไม่ได้แคร์หรอกใคร..ด๊อกเตอร์…ไม่สนเธอ..อีคว้า หญิงหน้าด้าน นักกฎหมาย สายดาร์ก กากสามานย์ อันธพาลได้ชุดครุย ถุย ทะ-ควาย

และวันที่ 5 มีนาคม 2561 จำเลยโพสต์ข้อความลงในห้องสนทนาในแอพพิเคชั่นเฟซบุ๊กของจำเลย ว่า “ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพมงคลรังษี ก็คงให้ครูปรีชา สอนน้องๆที่เป็นลูกหลานชาวกาญจนบุรีต่อไป โดยให้เหตุผลว่า#ศาลยังไม่ตัดสิน สงสารก็แต่น้องๆนักเรียนหละครับ…ปล.อย่าคาดหวังอะไรกับคุรุสภา ในเมื่อมาตรฐานองค์กรเป็นแบบนี้ คิดซะว่าเป็นกรรมของประเทศแล้วกันครับ