หน้าแรก ภูมิภาค งานเข้าพระฝรั...

งานเข้าพระฝรั่งฉาว! ผบ.สตม.สั่งตรวจสอบเข้าเมือง ผิดกฎหมายโดนเนรเทศทันที

11.08.19 | 11:19 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2562 พ.ต.ท.ประเสริฐ จึงโรจนนุกุล สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับบัญชาโดยการสั่งการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.พิชญา บุญขจร รอง ผบก.ตม.5 (1) ภายใต้การควบคุมของ พ.ต.ท.ประเสริฐ จึงโรจนนุกุล สว.ตม.จว.แม่ฮ่องสอน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตม.จว.แม่ฮ่องสอน ตรวจสอบกรณีนายจูเลียน ดีซิเลต หรืออดีตพระจูเลียน อาภาธโร (Julien Desilets) อายุ 42 ปี สัญชาติแคนาเดียน ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามข้อมูลทะเบียนใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือไม่ อย่างไร


จากการสอบถามเบื้องต้น อดีตพระจูเลียนแจ้งว่าหลังจากทำการลาสิกขา ณ วัดบ้านแปะ หมู่ 4 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เสร็จแล้วจะเดินทางกลับที่สำนักสงฆ์บ้านห้วยปูทา ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ในวันที่ 11 สิงหาคม เพื่อเก็บสัมภาระต่างๆ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้นัดหมาย อดีตพระจูเลียน เดินทางไปพบกับ ร.ต.อ.ชำนาญ มาละวิชัยรองสารวัตร ตม.แม่ฮ่องสอน ประจำจุดตรวจแม่สะเรียง ในเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน เพื่อสอบสวนหารายละเอียดต่อไป

Advertisement

อดีตพระจูเลียนเปิดเผยว่า หลังสึกแล้วก็จะนุ่งขาวห่มข่าว ไปปฏิบัติธรรมที่ จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นจะกลับมาอยู่ช่วยเหลือชาวบ้านที่บ้านปู่ทา อ.สบเมย เหมือนเดิม

สำหรับอดีตพระจูเลียน ดีซิเลต เกิดวันที่ 7 สิงหาคม 2520 ปัจจุบัน อายุ 42 ปี การศึกษาไฮสคูล เชื้อชาติ แคนาดา สัญชาติ แคนาดา รูปร่างสันทัด สีผิวขาว ภูมิลำเนาเดิมประเทศแคนาดา มีพี่น้องจำนวน 11 คน เข้ามาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 18 ปี ในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ในด้านการทำเกษตรกรรม เมื่อปี พ.ศ.2541 พระจูเลียน ได้อาศัยอยู่กับเพื่อนชาวไทยที่ได้พบกันในโครงการแลกเปลี่ยนในพื้นที่ภาคใต้ โดยในระหว่างนั้นได้ทำงานบ้างเป็นบางครั้ง ที่จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ จากนั้นได้เข้าสู่การนุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 8 อยู่ 1 ปี ในที่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย เช่น วัดสวนโมกข์ วัดอัมพวัน (จ.สิงห์บุรี) และวัดจอมทอง จ.เชียงใหม่ ต่อมา พระจูเลียน ดีซิเลต ได้เข้าบรรพชา ครั้งแรก เมื่ออายุ 23 ปี ในวันที่ 24 มิถุนายน 2543 ณ วัดอินทราราม ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ รับฉายาว่า อาพาธโร โดยมีพระครูญกพธรรมชาดา เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้สึกออกไปประมาณ 5 ปี และกลับมาบวชเป็นสามเณรใหม่ เดินทางมาจำพรรษา ณ สำนักสงฆ์บ้านปู่ทา หมู่ที่ 6 บ.ปู่ทา ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ขณะจำพรรษาในพื้นที่ปฏิบัติตัวต่างจากพระธรรมวินัย โดยไม่เคร่งครัดตามกิจวัตรของสงฆ์ และมีความเชื่อแบบแพทย์แผนโบราณของจีน