มหากาพย์ตลาดสุรนครโคราช ศึกแย่งชิงผลประโยชน์เดือนละ 10 ล้าน จ่อแจ้งความ ‘สันธนะ’ ฐานไม่มีสิทธิโดยชอบธรรม ข้อหาบุกรุก

ที่ตลาดสุรนคร ตลาดกลางค้าส่งพืชผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม นางกัญญานนท์ กมลยะบุตร ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด ผู้เช่าดำเนินกิจการตลาดสุรนคร จากตระกูลสุวรรณชาติ ชี้แจงปัญหาความขัดแย้งกับนายปรีชา สุวรรณชาติ อดีตผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) อุ้มบุญธุรกิจและเป็นตัวแทนครอบครัวสุวรรณชาติ เจ้าของที่ดิน 38 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา ซึ่งได้ทำสัญญาให้บริษัท สุรนครเมืองใหม่ฯ เช่าดำเนินกิจการตลาดสุรนคร เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2534 กำหนดเวลา 30 ปี ต่อมาคู่กรณีโดยผู้ให้เช่าและผู้เช่าได้มีปัญหาพิพาททั้งความผิดทางอาญาและทางแพ่ง ยื่นฟ้องตามกระบวนการยุติธรรมต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลแพ่งและศาลล้มละลายกลาง จำนวนร่วม 20 สำนวน นอกจากนี้ ได้นำกำลังชายฉกรรจ์เข้ามาบุกยึดครอบครองกิจการตลาด เพื่อเรียกเก็บผลประโยชน์เดือนละ 10 ล้านบาท จนกลายเป็นมหากาพย์ความขัดแย้ง ชาวโคราชที่มีทั้งกองเชียร์และกองแช่งต่างทราบดีและติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ตำแหน่งเดิม พ.ต.ท.สันธนะ อดีตรอง ผกก.สันติบาล ได้นำชายฉกรรจ์กว่า 100 คน เดินทางเข้ามาในพื้นที่ตลาด อ้างได้รับมอบอำนาจจากนายปรีชาและตระกูลสุวรรณชาติ เพื่อมุ่งหวังพยายามบุกยึดแย่งชิงการครอบครองกิจการและจัดเก็บผลประโยชน์ซึ่งมีแผงขายสินค้า 1,310 แผง ลานขนถ่ายสินค้า 226 แผง ตลาดโต้รุ่ง 58 แผง ตลาดปีนัง 58 แผงและอาคารพาณิชย์ 59 คูหา แต่ พ.ต.ท.สายัญ แบ่งสันเทียะ รอง ผกก.ในฐานะรักษาการแทน พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตะ ผกก.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบรวมทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดนครราชสีมา กว่า 50 นาย ได้สนธิกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ได้ตั้งแถวป้องปรามการเผชิญหน้าและใช้กำลัง โดยให้คู่กรณีเจรจา โดยยึดถือแนวทางปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม ปรากฏ บริษัท สุรนคร ซึ่งเป็นจำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด ศาลจึงมีบทบัญญัติให้ยกคำร้องการบังคับคดี นายสันธนะจึงได้พูดคุยและแสดงท่าทีไม่พอใจ จากนั้นได้ออกเดินทางพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการค้าในตลาด เพื่อสะท้อนปัญหาและระบุเดือนสิงหาคม ถือเป็นห้วงเวลาอันมหามงคล นายปรีชายินดีที่จะไม่จัดเก็บค่าเช่า หากถูกเรียกเก็บเงินถือเป็นการแอบอ้างให้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ก่อนจะเดินทางกลับ ส่วนกำลังชายฉกรรจ์จำนวนหลายสิบคนยังคงกบดานอยู่ภายในตลาดเพื่อรอฟังคำสั่ง ด้านเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้ตรึงกำลังอย่างหนาแน่นและเรียกกองกำลังทั้งสองฝ่ายมาทำประวัติคัดกรองพร้อมตรวจค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและกำชับห้ามใช้กำลังอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะจับกุมทันที

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสุรนครฯ เปิดเผยว่า สถานะของ หจก.อุ้มบุญธุรกิจ ที่นายปรีชามักนำมาใช้อ้างในการบุกเข้ามาครอบครองกิจการตลาด ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ให้ หจก.อุ้มบุญ เลิกห้าง โดยให้เจ้าพนักงานบังคับคดี เป็นผู้ชำระบัญชีแทนและเข้ามาดำเนินการตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องการชำระบัญชีและการแก้ต่างในนามของ หจก.อุ้มบุญธุรกิจ ในอรรถคดีพิพาทต่างๆ ดังนั้นนายปรีชาจึงไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจและหน้าที่ใดๆ ปัญหาสำคัญที่มักใช้ใช้กล่าวอ้าง ขอชี้แจง บริษัท สุรนคร ยังคงเป็นผู้ทรงสิทธิค่าเช่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของตลาดสุรนคร ฯ ตามสัญญาเช่า สัญญาต่อท้ายและสัญญาเช่าช่วง โดยคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 คดีหมายเลขดำ ที่ พ.2854/2537 คดีหมายเลขแดงที่ 418/2540 ระหว่าง หจก.อุ้มบุญธุรกิจ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ชำระคดีในฐานะโจทก์กับบริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด จำเลย มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้จำเลยชำระเงินและค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2537) จนกว่าจะชำระเสร็จและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 9 แสนบาท รวมยอดเงินที่ต้องชำระให้กับโจทก์ประมาณ 500 ล้านบาท ปรากฏจำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 ได้บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้บังคับคดีเอาทรัพย์สินกับลูกหนี้ และพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการผิดสัญญาและให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่เช่า จึงเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้แต่คดียังไม่ถึงที่สุด จึงต้องงดการบังคับคดีไว้และไม่อาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอได้ ประการสุดท้ายที่ดินที่เป็นที่ตั้งของตลาดสุรนคร เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา ได้ยึดที่ดินดังกล่าวรวม 4 แปลง ไว้ตามหมายบังคับคดีของศาลล้มละลายกลาง คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ล.5194/2551 ซึ่งมีบริษัท สุรนคร เป็นเจ้าหนี้ตามพิพากษา รวมทั้งได้ยึดหุ้นของนายปรีชา

นางกัญญานนท์กล่าวว่า กว่า 20 ปี บริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด ได้ถูกนายปรีชาและพวกพยายามทุกวิถีทางที่จะเข้ามาครอบครองกิจการตลาด โดยยุงยง ส่งเสริม ใส่ร้ายป้ายสีไม่ให้พ่อค้าแม่ขายจ่ายค่าเช่ากับบริษัท สุรนครฯ สร้างข่าวเท็จในโลกโซเชียล เดินสายตระเวนร้องเรียนทุกหน่วยงานทั้งในพื้นที่และส่วนกลางรวมทั้งนำกองกำลังเข้ามาบุกยึดตลาด พฤติการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นรายปี ตนและพ่อค้าแม่ขายต่างชินชากันแต่ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายซื้อขายสินค้าในตลาดเกรงไม่ได้รับความปลอดภัยรวมทั้งเป็นภาพความขัดแย้งและบิดเบือนให้สังคมเข้าใจ บริษัท สุรนครไม่ยอมจ่ายค่าเช่าเป็นเวลา 24 ปี จึงขอความเป็นธรรมด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานกรณีนายสันธนะ และพวกทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิอันชอบธรรม ฐานบุกรุก เข้ามาสร้างความวุ่นวาย ก่อกวน รังแก รวมทั้งใส่ร้ายและบิดเบือนข้อเท็จจริง เร็วๆนี้ จะแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง นครราชสีมา นางกัญญานนท์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ททีวี ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ “ฮาร์โมนี”
บทความถัดไปจับแก๊งมอดไม้ ลอบขุดตอไม้พะยูงส่งขายนายทุนชาวจีน ให้ราคา ก.ก.ละ 120 บาท