เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาฝั่งตะวันตก และ จ.ตรัง ได้ประกาศเตือนตั้งแต่วันที่ 8-12 สิงหาคม ทะเลตรังจะมีพายุคลื่นลมแรง คลื่นทะเลสูงประมาณ 2-4 เมตร เรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวตามประกาศ เนื่องจากวันที่ 12 สิงหาคม ตรงกับวันแม่แห่งชาติ จะมีนักท่องเที่ยว และครอบครัวจำนวนมาก มีโครงการพาแม่เที่ยวชมพะยูนมาเรียมบริเวณเกาะลิบง อ.กันตัง เพื่อชมความแสนรู้ของมาเรียม ลูกพะยูนหลงฝูง ปรากฏว่าช่วงนี้ทะเลตรัง โดยเฉพาะบริเวณร่องน้ำทะเลระหว่างเกาะลิบงกับท่าเรือหาดยาว มีคลื่นลมแรงมาก อาจทำให้ไม่สามารถเดินทางไปชมพะยูนมาเรียมได้ ขณะที่เรือหางยาวขนาดใหญ่บางลำ ต้องลดจำนวนผู้โดยสารลงเท่าตัว และเก็บค่าโดยสารจากเดิมคนละ 40 บาท เป็นคนละ 100 บาท ในช่วงนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะเดียวกันสุดสัปดาห์นี้เป็นช่วงวันหยุดยาว ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของทะเลตรัง เช่น หาดยาว หาดหยงหลิง และหาดปากเมง แม้ว่าทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจะนำธงแดงมาปักไว้ตลอดแนวชายหาดยาว เนื่องจากทะเลตรังมีคลื่นลมที่สูงมาก อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ที่เล่นน้ำทะเลในช่วงนี้ได้ แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนคำเตือนลงเล่นน้ำทะเลอยู่ให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งที่บริเวณหาดยาวแห่งนี้เคยมีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากคลื่นซัดชนโขดหินเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะช่วงมรสุมคลื่นลมแรงมาก

ด้านนายอิสมาแอน เบ็ญสะอาด ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโฮมสเตย์เกาะลิบง กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางลงเกาะลิบง หรือไปดูพะยูนน้อยมาเรียม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ เชื่อว่าสภาพดินฟ้าอากาศคงจะดีกว่าวันนี้ เพราะเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา มีพายุเข้า ช่วงเช้ายังเดินทางได้ แต่ช่วงบ่ายเดินทางไม่ได้ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยว และคนเดินทางติดอยู่กว่า 100 คน เพราะช่วงกลางคืนเดินทางลำบาก และเพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าวันที่ 12 สิงหาคม คลื่นลมเริ่มสงบ หากจะเดินทางมาท่องเที่ยว ขอให้มาในช่วงเช้าถึงเที่ยง เพราะปลอดภัยมากกว่า ส่วนช่วงบ่ายไม่แน่ใจเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะยังอยู่ในช่วงมรสุม
นายอิสมาแอนกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวจองกิจกรรมพาแม่เที่ยวเยี่ยมชมน้องพะยูนน้อย และจองห้องพักโฮมสเตย์จำนวนมาก สำหรับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ลงเรือหางยาว มีมาตรการป้องกันคือการลดน้ำหนักคนลงจาก 13 คน เหลือ 6 คน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
“ส่วนกระแสพะยูนน้อยมาเรียมเงียบไประยะหนึ่ง แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้น หลังจากพะยูนน้อยมาเรียมมีอาการตกใจไม่กินหญ้า ไม่กินนม แต่ตอนนี้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่ทำให้มาเรียมมีอาการตกใจ อาจจะมาจากพะยูนมาเรียมโตขึ้น กล้าออกไปไกลขึ้น ไปเจอพะยูนฝูงใหญ่ อาจไม่คุ้นชินกับฝูงพะยูน เพราะยังอยู่กับคน มาเรียมอาจคิดว่าตัวเองเป็นคน แต่มาเรียมต้องเรียนรู้ว่าคนที่เห็นไม่ใช่พะยูน โดยตั้งแต่มีกระแสเรื่องพะยูนน้อยมาเรียม ทำให้ธุรกิจบนเกาะลิบงดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วงโลซีซั่นปีที่ผ่านมา ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย แต่ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเต็มทุกเดือนแม้มีพายุ เป็นเรื่องดีที่ทำให้กระแสการท่องเที่ยวเศรษฐกิจบนเกาะลิบงคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง” นายอิสมาแอน กล่าว






