หน้าแรก ภูมิภาค พบอีก 1 ราย น...

พบอีก 1 ราย นั่งร้านคอนโดหรูภูเก็ตถล่ม ปูนเริ่มแข็งตัว กดทับ แต่ยังช่วยออกมาไม่ได้

11.08.19 | 22:29 น.

พบอีก 1 รายใต้พื้นซีเม็นต์ เหยื่อเหตุนั่งร้านอาคารคอนโดหรูใกล้หาดราไวย์ถล่ม แต่ยังช่วยขึ้นมาไม่ได้ ผู้บาดเจ็บ 8 รายกลับบ้านได้แล้ว 5 ราย ด้านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต แจงเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่อาคารถล่ม เป็นเพียงนั่งร้านค้ำยันถล่ม เตรียมส่งวิศวะกรเข้าตรวจสอบร่วมกับพนง.สอบสวน

จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 11 ส.ค.62 เกิดเหตุโครงสร้างอาคารของโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมและโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ตถล่ม ขณะกำลังเทพื้นอาคารขั้น 2 ส่งผลให้มีแรงงานชาวเมียนมาร์ ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย เสียชีวิต 1 ราย และติดค้างภายใต้ซากอาคารอีก 2 ราย

ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ชุดทำงานนำโดย ปภ.เขต 18 และอีกหลายหน่วยงาน ยังคงร่วมค้นหาร่างผู้สุญหายอีก 2 ราย ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการแบ่งพื้นที่การค้นหาออกเป็น 4 โซน และนำเครื่องจักร , อุปกรณ์ตัดถ่าง เข้าทำการตัดเหล็กโครงสร้าง และยกออกเพื่อทำการค้นหาในส่วนที่คิดว่าร่างผู้สูญหายจะติดอยู่ และมีการใช้กล้องขนาดเล็กสำหรับค้นหาผู้รอดชีวิต ส่องลงไปตรวจสอบตามซอกของอาคาร ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาเป็นระยะ จนกระทั่งเวลา 18.40 น.เจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหาย 1 ราย อยู่ในห้องชั้นใต้ดินของอาคาร ซึ่งไม่ชัดเจนว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะถูกพื้นซีเมนต์ที่เริ่มแข็งตัวปิดทับอยู่จึง นำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าตัดเหล็กเพื่อเปิดพื้นที่โดยรอบก่อนใช้อุปกรณ์เครื่องเจาะเข้าทำการเจาะชั้นซีเมนต์ เพื่อเปิดขยายช่องทางนำอ๊อกซิเจนลงไปด้านล่าง ก่อนทำการตัดเปิดช่องขนาดใหญ่เพื่อทำการช่วยเหลืออีกครั้ง

สำหรับตัวเลขผู้ประสบเหตุ ทั้งหมด 11 ราย ได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว 9 คน โดยเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตจำนวน 4 คน นำส่งโรงพยาบาลดีบุกจำนวน 3 คน นำส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ภูเก็ต 1 คน และนำส่งโรงพยาบาลฉลองอีก 1 คน แต่ได้เสียชีวิตที่รพ. และยังมีผู้ประสบเหตุที่ติดค้างอยู่ในอาคารอีก 2 คนที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ทางเทศบาลตำบลราไวย์ มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในซากที่ถล่ม ซึ่งคาดว่าจะมีอีก 2 ราย ซึ่ง ณ ขณะนี้ได้มีการเอากล้องส่องลงไปก็พบร่างผู้ที่ติดอยู่ และเจ้าหน้าที่ได้พยายามเจาะพื้นจุดดังกล่าว แต่เนื่องจากว่า พื้นคอนกรีตที่ลงไปทับเริ่มจะแข็งตัว ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามจะพยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ทั้งสองคน ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นผ่านมาเกือบ 6 ชั่วโมงแล้ว

Advertisement

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นล่าสุดทยอยกลับบ้านไปแล้ว 5 ราย ยังอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวเมียนมาร์ ในส่วนความรับผิดชอบนั้น ทางบริษํทฯได้ดำเนินการไปตามกฏหมายของแรงงาน

นายธัญญวัฒน์ กล่าวอีกว่า ซึ่งจากการส่องกล้องลงไปตรวจสอบนั้นพบร่างผู้ที่ติดอยู่เพียง 1 ราย ส่วนอีก 1 รายทีมค้นหา ยังคงทำการค้นหาต่อเนื่อง ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่ายังปลอดภัยดีหรือไม่

ทั้งนี้ หลังพบร่างผู้ที่ติดอยู่ภายในและสามารถช่วยเหลือได้แล้ว และยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องรีบ ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ได้มีการนำสว่านเจาะมาเพิ่ม เนื่องจากพื้นคอนกรีตที่เทไปได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วจะมีความแข็งตัว แข็งแกร่ง ทำให้ยากในการเจาะ อีกประการคือต้องแข่งขันกับเวลา และฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายทวี หอมหวล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่อาคารถล่ม เป็นเพียงนั่งร้านค้ำยันถล่ม ซึ่งอาคารนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็นการก่อสร้างชั้นสอง ซึ่งเจ้าของกิจการกำลังจะเทพื้นชั้นสองเป็นระบบโพสเท็นชั่น(POST TENSION)ซึ่งเข้าใจในเบื้องต้นว่าเป็นการค้ำยันนั่งร้านไม่แข็งแรง และประกอบด้วยน้ำหนักของคอนกรีตนั้นหนักมากจึงเกิดการพังทลายลงมา ฉะนั้นขอเรียนต่อพี่น้องประชาชนและผู้สื่อข่าวให้ช่วยนำเรียนข้อเท็จจริง ว่าเป็นการพังของนั่งร้านซึ่ออยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้ภัย

นายทวี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สาเหตุครั้งนี้ส่วนตัวในเบื้องต้นคิดว่า เกิดจากนั่งร้านค้ำยันไม่แข็งแรง และหลังจากกระบวนการกู้ภัยเสร็จสิ้นจะต้องเข้ามาตรวจสอบตามกระบวนการทางวิศวะกรรมอีกครั้ง ทั้งนี้เป็นการเทพื้นชั้นสอง ต่อเนื่องจากชั้นล่างที่เทคอนกรีตไปแล้ว ส่วนการขออนุญาตก่อสร้างกี่ชั้นกี่อาคารนั้น ต้องสอบถามไปยังเทศบาลตำบลราไวย์

“จากการตรวจสอบด้วยสายตานั้นพบว่ามีการใช้เหล็กโครงสร้างจำนวนมาก เพื่อเสริมให้มีความแข็งแรงตามมาตรฐาน แต่อาจจะใช้เหล็กคำยันไม่เพียงพอ ซึ่งตรงนี้ความจริงหากการก่อสร้างเป้นไปตามหลักวิศวะกรรมแล้วเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องตรวจสอบหาสาเหตุ ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องร่วมกับพิสูจน์หลักฐาน และฝ่ายวิศวกรรมของ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด มาร่วมกันตรวจสอบ เพื่อจะหาสาเหตุที่ชัดเจนได้” นายทวีกล่าว