หน้าแรก ภูมิภาค สั่งตรวจสอบรี...

สั่งตรวจสอบรีสอร์ตทเสี่ยงบนภูทับเบิก ใครฝ่าฝืนเอาผิดทันที เตือนนักท่องเที่ยวดูให้ดีก่อนพัก

6.06.16 | 14:40 น.

วันที่ 6 มิถุนายน นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การตรวจสอบอาคารที่พักรีสอร์ตในพื้นที่เสี่ยงภัยบนภูทับเบิกซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจสอบไปแล้ว และได้สั่งให้เจ้าของอาคารปรับปรุงแก้ไขและบางส่วนยังสั่งระงับห้ามใช้อาคารตามกฎหมายป้องกันบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ขณะนี้ได้กำชับให้นายอำเภอหล่มเก่าแจ้งองค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยท้องที่ให้ไปดำเนินการตรวจซ้ำ ว่า มีเจ้าของผู้ประกอบการยังฝ่าฝืนเปิดให้บริการอยู่หรือไม่ และหากพบมีการกระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายโดยทันที ซึ่งเป็นมาตรการที่จะดำเนินการต่อเนื่อง

“ผมได้สั่งให้นายอำเภอหล่มเก่าจัดชุดตรวจสอบซ้ำ หากพบยังมีการฝ่าฝืนโดยเฉพาะกลุ่มอาคารที่เคยมีการประกาศห้ามหรือให้งดใช้อาคารดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินการทางกฎหมายโดยเด็ดขาด ส่วนผู้ประกอบที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งดำเนินคดีก็เป็นส่วนของการบุกรุกใช้พื้นที่ผิดประเภท ในส่วนของอาคารเป็นเรื่องของกฎหมายป้องกันบรรเทาสาธารณภัยที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลตรวจสอบให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ที่มาท่องเที่ยวในพื้นที่ภูทับเบิก เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารบังคับใช้” นายบัณฑิตย์กล่าว

201606061324223-20021028190322

นายบัณฑิตย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้บริโภคการมาท่องเที่ยวที่ภูทับเบิกโดยเฉพาะในช่วงนี้ สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือความปลอดภัยของตัวเอง เพราะอาคารสิ่งปลูกสร้างบนภูทับเบิกหลายจุดตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางจังหวัดได้มอบให้ อปท.มีประกาศแจ้งเตือนไปแล้ว และก่อนใช้บริการให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนโดยเฉพาะจากเว็บไซต์ทางจังหวัด ซึ่งจะมีการนำข้อมูลต่างๆ ขึ้นเผยแพร่เพื่อเป็นทางเลือกประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากภาพที่รีสอร์ตหลายแห่งนำขึ้นโชว์ทางอินเตอร์เน็ตอาจไม่เหมือนกับที่มีการเสนอขายบริการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ยังกล่าวถึงกรณีที่รีสอร์ตทับเบิกอีโคแคมป์ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ อบต.บ้านเนินเพิกถอนคำสั่งห้ามหรืองดให้บริการที่พัก ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าง อบต.บ้านเนินทำคำชี้แจงให้การต่อศาลปกครอง ซึ่งก็ต้องให้เหตุผลและสาเหตุว่าทำไมต้องมีคำสั่งห้ามออกไปในลักษณะนั้นซึ่งเป็นตามขั้นตอน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ศาลปกครองจะพิจารณาเห็นควรจะรับคำฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่

Advertisement

“ก็ให้นายอำเภอไปตรวจสอบในจุดนี้ซ้ำด้วยเช่นกัน หากพบมีการฝ่าฝืนก็ต้องถูกดำเนินคดีเป็นคดีใหม่ นอกเหนือจากคดีไปบุกรุกพื้นที่ป่า โดยเป็นคดีที่ไปกระทำโดยละเมิดคำสั่งตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯซึ่งก็มีทั้งโทษจำและปรับเช่นกัน” นายบัณฑิตย์กล่าว

201606061324225-20021028190322