วันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภัยแล้งที่เกิดขึ้นยาวนาน ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและวิถีชีวิตของผู้คนรอบด้าน ซึ่งที่ จ.กาฬสินธุ์ นอกจากจะทำให้เกษตรกรและชาวประมงเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาเสียโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เป็นอย่างมากแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการรถสีข้าวเองก็ได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างกัน
นายเฉลิม ไทรชมพู อายุ 62 ปี ชาวบ้านแดง ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้ประกอบการรถสีข้าว กล่าวว่า จากฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปีถึงข้าวนาปรังปีนี้ ถือเป็นช่วงวิกฤตหนักสุดของวงการรถสีข้าว เนื่องจากมีงานให้สีข้าวน้อยมาก จากที่เคยได้รับจ้างสีวันละ 5-10 แห่ง กลับได้เพียงวันละแห่ง 2 แห่งเท่านั้น หรือหากเทียบกับปีก่อนๆ ที่รับจ้างสีข้าวทั้งนาปีและนาปรัง มีรายได้รวมปีละ 6 หมื่นถึง 1 แสนบาททีเดียว
นายเฉลิมกล่าวอีกว่า ธุรกิจรถสีข้าวได้รับความนิยมมาประมาณ 20 ปี ทั้งนี้ เพื่อบริการสีข้าวให้กับพี่น้องชาวนาที่สะดวกรวดเร็วกว่าการนวดข้าวด้วยแรงงานคน คิดค่าจ้าง 2 บาทต่อถุง (25-30 กก.) ก่อนที่จะปรับราคาที่ถุงละ 5 บาท ทั่ว จ.กาฬสินธุ์มีรถสีข้าวไม่น้อยกว่า 800 คัน สำหรับตนมีรถสีข้าว 3 คัน ทำให้มีรายได้จากการสีข้าวเป็นอย่างดี แต่ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมากลับเกิดภาวะฝนแล้ง ชาวนาทำนาได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับมีรถเกี่ยวข้าวจากต่างถิ่นเข้ามาแย่งงาน จึงทำให้รายได้ลดหายไปจำนวนมากดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังปีนี้เกิดภาวะซบเซาอย่างมาก มีรายได้ไม่ถึง 5 พันบาทเลย
อย่างไรก็ตาม นายเฉลิมกล่าวว่า ก็ยังถือเป็นความโชคดีอยู่บ้าง ที่อยู่ในพื้นที่ใช้น้ำชลประทาน จึงพอที่จะมีชาวนาได้ทำนาและได้รับจ้างสีข้าวเป็นรายได้เสริม ขณะที่ผู้รับจ้างรถสีข้าวรายอื่นๆ ได้เลิกล้มกิจการและขายรถสีข้าวไปแล้ว เนื่องจากตกงาน และรายได้ไม่คุ้มกับการซ่อมบำรุง

