ร้องสร้าง ‘ทางหลวงพิเศษบางปะอิน-โคราช’ ทำรั้วก่อนออกรังวัด แนวเขตล้ำที่ดินชาวบ้าน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 14 สิงหาคม นางดารณี สาระวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี พร้อมชาวบ้านกว่า 30 คนเข้าร้องสื่อมวลชน กรณีการสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ที่ผ่านเข้ามาบริเวณพื้นที่หมู่ 8 และใกล้เคียง ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน โดยมี นายชัยยงค์ ไพรสุทธิรัตน์ ปลัดอาวุโส เมืองสระบุรี หัวหน้าฝ่ายศูนย์ดำรงธรรมเมืองสระบุรี เป็นผู้รับเรื่อง

นางดารณีกล่าวว่า เนื่องจากการสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมาที่ผ่านเข้ามาบริเวณพื้นที่หมู่ 8 และใกล้เคียง ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน จึงมีข้อเสนอเรียกร้องการสร้างถนนดังกล่าวนี้ 1.ให้มีถนนคู่ขนานเลียบการทางพิเศษ เพราะสร้างทางพิเศษฯนี้แล้ว ไม่มีถนนเลียบทางให้ชาวบ้าน ใช้สัญจรไปมาทั้งขนย้ายสินค้าเกษตรต่างๆ 2.ให้มีคูน้ำอยู่นอกแนวรั้วที่กั้นทาง 3.ให้กรมที่ดินและแขวงการทางออกมารังวัดที่ ที่พิพาทกับชาวบ้านพร้อมกัน 4.เงินอุทธรณ์ ค่าตอบแทนที่ดิน ชาวบ้านยังไม่ได้รับ 5.ใบโฉนดที่ดินยังไม่ได้รับ ชาวบ้านไม่สามารถทำธุรกรรมกับที่ดินของตนเองได้ 6.การจ่ายเงินค่ารังวัดที่ดินโยนภาระให้ชาวบ้าน และ 7.ทำรั้วก่อนมาออกรังวัดที่ดินที่หลัง ทำให้เกิดปัญหาที่ดินชาวบ้านซับซ้อน ทั้งแนวเขตล้ำเข้าที่ดินชาวบ้าน

นายชัยยงค์กล่าวว่า จะยื่นเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ปัญหาของบ้านที่เดือดร้อนดังกล่าว พร้อมนัดหมายชาวบ้านมารับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 16 สิงหาคมนี้

ทั้งนี้  โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา หรือทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M6 เป็นหนึ่งโครงการสําคัญที่มีความจําเป็นเร่งด่วน โดยได้รับการบรรจุในแผนมาตรการเร่งรัดการลงทุน Action Plan ของกระทรวงคมนาคม และมาตรการเร่งรัดโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP Fast Track) ของกระทรวงการคลัง เพื่อเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ปัจจุบันกรมทางหลวงอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างงานโยธาซึ่งแบ่งออกเป็น 40 สัญญา เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด สำหรับการก่อสร้างงานระบบ การดำเนินงานและการบำรุงรักษาภายหลังจากโครงการเปิดให้บริการ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 อนุมัติให้กรมทางหลวงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนและบริหารจัดการ ในรูปแบบ PPP Gross Cost ซึ่งเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานระบบและจัดเก็บรายได้ทั้งหมดส่งมอบให้แก่ภาครัฐ โดยภาคเอกชนจะได้รับค่าจ้างตอบแทนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา พร้อมทั้งจ่ายคืนค่าก่อสร้างงานระบบตามกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด

บทความก่อนหน้านี้อัคราติดต่อ’สุริยะ’ขอเจรจายุติปมเหมืองทอง
บทความถัดไปพระบรมราชโองการพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล