หน้าแรก ภูมิภาค ศาลตัดสิน รอล...

ศาลตัดสิน รอลงอาญา 3 ปี ปรับครึ่งแสน แกนนำ กปปส.ขัดขวางเลือกตั้ง

15.08.19 | 14:43 น.

คดีแกนนำ กปปส.ตรัง ปิดล้อมขัดขวางการเลือกตั้ง อ้างต้องปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง สิ้นสุดแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นตัดสิน รอลงอาญา 3 ปี ปรับครึ่งแสน 2 แกนนำ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่ศาลจังหวัดตรัง นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ นายสุพัฒน์ สังข์ประดิษฐ์ หรือ ดีเจ ลุงดำ สำลี ดีเจ เป็น 2 ใน 12 แกนนำชุมนุมประท้วง ขัดขวางการเลือกตั้ง ในนาม กปปส.ตรัง เมื่อปี 2556 ได้เดินทางมาขึ้นศาลจังหวัดตรัง ตามที่อัยการจังหวัดตรัง สั่งฟ้อง เป็นแกนนำขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อครั้งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างต้องมีการปฏิรูปการเมืองก่อน จึงจะให้มีการเลือกตั้ง เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการเลือกตั้ง เลือกตั้งแล้วรัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้

ทั้งนี้ ในวันนี้ นายศักดิ์สฤษดิ์ ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดตรัง ด้วยสีหน้าวิตกกังวล ซึ่งได้กล่าวไว้ก่อนขึ้นศาลว่า ตนเองอาจจะถูกตัดสินต้องติดคุกก็ได้ แต่ยืนยันทุกสิ่งที่ทำไปในวันนั้น เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ หวังให้การเมืองมีการปฏิรูปก่อน จึงเข้ามาเป็นแกนนำในการนำประชาชนมาขัดขวางการเลือกตั้งในสถานที่ต่างๆ ในครั้งนั้น

นายศักดิ์สฤษดิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตนเองมี 3 กระทง ยอมรับว่าตนเองไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งในครั้งนั้น และยอมรับสารภาพต่อศาลว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งในขณะนั้น เนื่องจากมองเห็นว่าการเลือกตั้งในขณะนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองได้ เลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งของประชาชน ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ไม่สามารถประชุมรัฐสภาได้ ทำให้เสียงบประมาณไปเปล่าๆ มองว่าไม่ควรจะมีการเลือกตั้งในขณะนั้น ควรจะให้มีการปฏิรูปการเมืองเสียก่อนจึงรับสารภาพ หลังจากการเรียกร้องครั้งนั้นมา ณ วันนี้การปฏิรูปการเมืองมีการปฏิรูประดับหนึ่ง หากไม่มีการปฏิรูป วันนี้เราไม่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา เราไม่มีนายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภา เราไม่มี ส.ส.ปิยบุตร ส.ส.ช่อ ไม่มี ส.ส.ใหม่ในสภาอีกมากมายถ้าไม่มีการปฏิรูป ซึ่งตนมองว่าเป็นการปฏิรูปอีกระดับหนึ่งแล้ว แต่ต้องการให้มีการปฏิรูปต่อไปจะต้องดูในการซื้อเสียงเพราะปัจจุบันมีการซื้อสิทธิขายเสียงกันจำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องมีการปฏิรูปต่อไป สำหรับการเคลื่อนไหวไม่เอาทักษิณ ไม่เอานายกฯยิ่งลักษณ์ตนมองว่าการเมืองไทยตอนนี้มันก็มีหลายบริบทที่ตนเห็นชัดเจนว่า นักการเมืองทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ มีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอยู่ ในขณะนั้นเรามีรัฐบาลอยู่ภาคเหนือภาคอีสานฝ่ายค้านอยู่ภาคใต้มีความขัดแย้งกัน รัฐบาลประกาศว่าจะไม่พัฒนาพื้นที่ที่ไม่เป็นฐานเสียงของตนเอง ทำให้ภาคใต้ไม่ได้รับการพัฒนา จะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนนี้ถนนหนทางเป็นหลุมเป็นบ่อมากมายไม่มีการพัฒนาแต่ทุกวันนี้ก็ดีขึ้น ระบบสาธารณูปโภคในภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสานมีความเสมอภาคกัน แต่ตนมองว่าในบางเรื่องยังต้องมีการปฏิรูปต่อไปต้องแก้ปัญหาต่อไป ในเรื่องความยากจนมีความแตกต่างกันระหว่างรัฐบาลเพื่อไทยในสมัยนั้นกับรัฐบาลประยุทธ์สมัยนี้ สมัยก่อนเศรษฐกิจอาจจะดีกว่าปัจจุบัน ซึ่งมันก็ช่างใจได้อย่างเสียอย่าง แต่ก่อนไม่มีบัตรสวัสดิการ ไม่มีการพัฒนาที่ครอบคลุม เมื่อก่อนไม่มี ส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอยู่ทั่วภูมิภาค ทุกวันนี้เรามี ก็ต้องทำกันต่อไป

ส่วนแกนนำ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการเคลื่อนไหวครั้งนั้นในจังหวัดตรังโดนดำเนินคดีมีจำนวน 10 คน บางคนก็ลำบากไม่มีการช่วยเหลือ ส่วนตนเองได้รับความช่วยเหลือจากลุงกำนัน (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ช่วยเป็นเงินค่าปรับมาจำนวน 50,000 บาท ก็พอดีสำหรับคดีของตนที่โดน 3 คดี เพราะตนโดนปรับไป 40,000 บาท ตนเสียค่าใช้จ่ายในระหว่างการถูกดำเนินคดีไป 200,000 บาท แต่ช่วยมา 50,000 บาทก็ถือว่าโอเค แต่หลังจากนี้ไปตนจะดูว่าคนไหนที่ลำบากเดือดร้อนไปยืมหนี้ยืมสินเขาเสียค่าปรับก็จะหาช่องทางช่วยเหลือต่อไป

สำหรับปัญหาการทุจริตของรัฐบาลนี้ คิดว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นจะต้องมีคนที่ตั้งใจจริงในเรื่องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ที่สำคัญนักการเมืองเองที่มีความซื่อสัตย์ไม่ค่อยได้ทำงาน ไม่มีโอกาสได้รับเลือกตั้ง ไม่มีโอกาสได้ดำรงตำแหน่ง เพราะฉะนั้นที่ผ่านมา 5 ปี ต้องยอมรับว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงครั้งนี้มาก เพราะคนยากจนลง เงิน 400-500 บาท มีความหมาย มันเลยทำให้มีการซื้อเสียงได้ง่าย เพราะฉะนั้นต้องแก้ปัญหาความยากจนชาวบ้านก่อน ตนมีความหวังและตั้งความหวังว่านักการเมืองที่เข้าไปในทุกวันนี้ที่เลือกตั้งใหม่จะเข้าใจความทุกข์ยากของประชาชน และเรามีนายกรัฐมนตรีคือ พล.อ.ประยุทธ์ที่ดี เพราะยังไม่พบว่ามีการทุจริต เรื่องอื่นๆ ตนไม่พูดถึงแต่ความซื่อสัตย์ของท่านมองว่าเชื่อถือได้ 100% ท่านนายกฯประยุทธ์คนเดียว ตนไม่พูดถึงคนอื่น เพราะฉะนั้นเรามีผู้นำสูงสุดมีจุดยืนที่ซื่อสัตย์สุจริตก็พอมีความหวัง

Advertisement