หน้าแรก ภูมิภาค นายกเทศมนตรีต...

นายกเทศมนตรีตำบลกะรนให้ข้อมูลกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันออกใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้อง (คลิป)

20.08.19 | 16:36 น.

นายกเทศมนตรีตำบลกะรน เข้าให้ข้อมูลคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันออกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการคอนโดหรู ถูกต้องตามกฎหมาย รองผู้ว่าฯ เผยผลตรวจสอบเบื้องต้น ขออนุญาตถูกต้องตามขั้นตอน แต่มีบางปัญหาต้องแก้ ส่วนเรื่องเอกสารสิทธิ์ อยู่ในอำนาจของศาล

ความคืบหน้ากรณี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ และคณะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือกรณีได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่กะตะน้อย ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ว่า ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการเดอะพีช เรสซิเดนซ์ ของบริษัท กะตะ บีช จำกัด และเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าว คือ นส.3 ก ศาลปกครองชั้นต้นนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งให้เพิกถอน แต่เทศบาลตำบลกะรนยังอนุญาตให้ก่อสร้างโครงการดังกล่าว หลังจากที่วานนี้( 19 ส.ค.62) ทางจังหวัดได้แต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างคอนโดที่มีการร้องเรียนภายในเวลา 30 วัน โดยให้ นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และจะตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเวลา 30 วัน

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการ เดอะพีช เรสซิเดนซ์ ของบริษัท กะตะ บีช จำกัด ที่มีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นหัวหน้าคณะได้เรียก นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน และผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

นายทวี ทองแช่ม เปิดเผยภายหลังให้ข้อมูลกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าโครงการนี้ทางเทศบาลดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน โดยก่อนเจ้าของโครงการจะขออนุญาตก่อสร้างได้ผ่านกระบวนการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด ระดับส่วนกลางมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางเจ้าของโครงการเอาหนังสื่อที่ผ่านมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมมายื่นขออนุญาต ทางเทศบาลก็ต้องอนุญาตให้ก่อสร้างตามกฎหมาย หากเทศบาลไม่อนุญาตก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

นายทวี กล่าวต่อว่า โดยก่อนหน้านี้หลังทางเทศบาลได้อนุญาตให้ก่อสร้างแล้วปรากฏว่าได้มีคำสั่งศาลปกครองเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ที่ดินแปลงที่ก่อสร้างโครงการดังกล่าว ทางเทศบาลก็ได้สั่งระงับการก่อสร้าง ซึ่งทางโครงการได้เก็บอุปกรณ์การก่อสร้างออกไปแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นทางโครงการก็ได้นำหนังสือคำอุทธรณ์ที่ร้องต่อศาลมายื่นขอต่อใบอนุญาตก่อสร้างกับเทศบาลอีกครั้งทางเทศบาลก็อนุญาตให้ก่อสร้างต่อได้ แต่ทางเทศบาลก็ได้มีการทำหนังสือสัญญาไว้ว่าหากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาออกมาให้เพิกถอนเอกสารสิทธ์ที่ดินแปลงดังกล่าว ทางเทศบาลจะยึดเงินประกันจากโครงการจำนวน 3 ล้านบาทเพื่อให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ ซึ่งยืนยันว่าเทศบาลทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมายและได้ปรึกษาทางฝ่ายกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดภูเก็ตซึ่งยืนยันว่าเจ้าของที่ดินแปลงนี้ยังมีสิทธิ์ในการดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ได้

Advertisement

แต่อย่างไรก็ตามช่วงกลางเดือนที่ผ่านมามีฝนตกหนักในพื้นที่มีการร้องเรียนเข้ามาว่าน้ำและดินโคลนจากโครงการดังกล่าวไหลลงมาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและโรงแรมที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งหลังชาวบ้านร้องเรียนทางเทศบาลได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ได้รับผลกระทบจริง จึงได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว และให้ทางโครงการไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านตามมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ทางโครงการดำเนินการอยู่ ซึ่งกรณีเกิดน้ำท่วมช่วงฝนตกหนักนั้น ยืนยันว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่โครงการดังกล่าวไม่มีการก่อสร้างเพราะเมื่อฝนตกน้ำจะไหลลงมาจากภูเขา และรางที่เป็นทางน้ำไหลในสมัยก่อนนั้นก็ถูกโรงแรมที่อยู่ด้านล่างถมไปหมดแล้วจึงเกิดน้ำท่วมดังกล่าว

ส่วนกรณีใบอนุญาตก่อสร้างที่หมดอายุแล้ว แต่ยังให้ก่อสร้างอยู่ได้นั้น เนื่องจากการออกใบอนุญาตเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และสามารถที่จะต่อได้อัตโนมัติ ยืนยันว่าดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และที่ดินแปลงนี้ ทางเจ้าพนักงานที่ดินได้ยืนยันว่า ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องที่ศาลปกครอง ซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์ยังคงมีสิทธิจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะชี้ชัด

ด้าน นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกหลังจากนายสิระ เจนราคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่มาตรวจสอบที่มาที่ไปของโครงการดังกล่าว โดยจะมีการพิจารณาใน 3 เรื่อง คือ การได้มาของที่ดินแปลงดังกล่าว , การอนุญาตทำ EIA ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการขออนุญาตก่อสร้างผ่านเทศบาลตำบลกะรนว่ามีความถูกต้องชอบธรรมอย่างไรบ้าง

“เบื้องต้นในเรื่องของเอกสารสิทธิ์นั้นยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในกกระบวนการของศาล เนื่องจากเอกสารสิทธิ์ของที่ดินแปลงนี้ได้มีคำสั่งเพิกถอน แต่เนื่องจากผู้เสียหายและเจ้าพนักงานที่ดิน กรมที่ดินได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด แต่มีข้อสงสัยว่า ทำไมกรมที่ดินต้องอุทธรณ์เองด้วย ซึ่งในส่วนนี้เป็นไปตามระเบียบของกรมที่ดิน ส่วนการจัดทำ EIA นั้น จากการตรวจสอบพบว่า มีการดำเนินการชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมี 21 ส่วน คือความสูงของที่ดินแปลงนี้ซึ่งมีเนื้อที่ 17 ไร่เศษ ต้องมีความสูงไม่เกิน 35% และจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนประมาณ 10 % ในระยะ 50-100 เมตรที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ซึ่งเขาก็มีการดำเนินการครบ ส่วนกรณีที่ ส.ส. ระบุว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องนั้น ซึ่งในระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ แต่ในการทำประชาคมลักษณะนี้จะมีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม” นายสุพจน์ กล่าว

นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า กรณีของความลาดชันซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น ทางกรมพัฒนาที่ดินในขณะนั้นได้ยืนยันว่าไม่เกินจากที่กฎหมายกำหนด คือ 35% แต่ทั้งนี้อาจจะมีการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง แต่เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบจากหลักฐานที่ทำมาก่อนนี้ พบว่าทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงของโครงการนี้เป็นเรื่องเก่าที่มีการตรวจสอบมาแล้วหลายครั้งทั้งจาก กอ.รมน., กองทัพภาคที่ 4 และ ปปช. ซึ่งมีข้อสรุปตรงกันว่า จะต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และการประชุมครั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลมาตรวจสอบเพิ่มเติม หากมีประเด็นใหม่ ซึ่งในเรื่องของการขยายผลนั้น พบว่า มีบางส่วนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ EIA โดยมีน้ำจากโครงการไหลลงมาด้านล่างและส่งผลกระทบกับชาวบ้าน ซึ่งทางเทศบาลตำบลกะรนได้มีการสั่งระงับการก่อสร้างไปแล้ว แต่ที่เห็นมีรถแบ็คโฮนั้น เป็นการใช้ปรับปรุงตามคำสั่งเทศบาลฯ แต่ในส่วนของการก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ ได้หยุดไปแล้ว

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า กรณีของใบอนุญาตก่อสร้าง ในส่วนของอาคารที่พักอาศัยรวมทั่วไป ตามระเบียบกฎหมายสามารถใช้ นส.3, นส.3ก หรือโฉนดได้ แต่หากกรณีที่เป็นคอนโดมีเนียม กฎหมายระบุว่าจะต้องเป็นโฉนดเท่านั้น แต่การจะเปลี่ยนเป็นคอนโดฯ ต้องมาขออนุญาตจากสำนักงานที่ดิน หากมีการปรับปรุงตามคำสั่งของเทศบาลฯ และมีการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วทางโครงการก็สามารถก่อสร้างได้ตามปกติ ส่วนที่มีการประกาศขายห้องในอาคารไปแล้ว ในส่วนนี้จะเป็นความแพ่งต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งก็จะได้มีการเชิญทางเจ้าของโครงการ มาให้ข้อมูลอีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ แต่มีประเด็นใหม่ คือ มีผู้ร้องเรียนว่าโรงแรมด้านล่างมีการถมคลองสาธารณะ ซึ่งจะมีการนัดลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่อีกครั้ง