วันที่ 28 มกราคม รายงานข่าวจากจังหวัดภูเก็ตแจ้งว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่บริเวณริมชายหาดราไวย์ รอยต่อระหว่างที่ดินของเอกชนกับชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ หมู่ที่ 2 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เกิดปัญหาการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์กับกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่ระบุว่าเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนเจ้าของที่ดินคือ บริษัท บารอน เวิรลด์ เทรด จำกัด ที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิยืนยัน จนเหตุการณ์บานปลายถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกายกัน ส่งผลให้ทั้งสองฝ่าย จำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
โดยหลังเกิดเหตุ ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ทหารเรือและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลตำบลราไวย์ โดยมีนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์และคณะร่วมกันลงพื้นที่เพื่อไประงับเหตุ พร้อมพูดคุยกับทางชาวไทยใหม่และตัวแทนของผู้รับมอบอำนาจที่เข้าไปดำเนินการปรับพื้นที่ เพื่อหาทางออกให้กับทั้งสองฝ่าย แต่ไม่สามารถสรุปได้ โดยต่างฝ่ายยืนยันสิทธิ์ของตนเองทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรึงกำลังดูแลความเรียบร้อยตลอดเวลา
จนเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.ค่ำวันเดียวกันนั้น นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เชิญตัวแทนเจ้าของที่ดิน ตัวแทนกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมด่วนเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวใช้เวลาหารือนานประมาณ 2 ชั่วโมงเศษและทางตัวแทนชาวไทยใหม่เรียกร้องให้บริษัทเจ้าของที่ดินยินยอมเปิดทางให้ ใช้สัญจรเข้า-ออก ในการลงทะเลเพื่อทำประมงและไปประกอบพิธีกรรม(บาลัย)แบบถาวร แต่ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากต้องรอเจ้าของที่ดินตัวจริงเป็นผู้ตัดสินใจ โดยทางจังหวัดภูเก็ตนัดประชุมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้
ส่วนการแก้ปัญหาเบื้องต้น นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตสั่งให้ทางบริษัทเจ้าของที่ดินนำแท่ง Barrier ออกไปเพื่อเปิดทางให้ชาวไทยใหม่สัญจรได้ก่อนและให้หยุดดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่จนกว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ว่าจะมีทางออกต่อไปอย่างไร
ด้าน พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่าในเบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วหลายราย และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรฉลองเก็บรวบรวมพยานหลักฐานตอนเกิดเหตุดำเนินคดีกับทุกคนที่กระทำผิดกฎหมาย
สำหรับเหตุการณ์พิพาทที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าของที่ดิน คือ บริษัท บารอน เวิรลด์ เทรด จำกัด อ้างการครอบครองที่ดิน ว่ามีเอกสารสิทธิ์ครอบครองถูกต้อง และมอบหมายให้นายชาตรี หมาดสตูล และคณะ นำเอาเครื่องจักรกลหนัก หรือรถแบ็คโฮเข้าปรับปรุงแปลงที่ดิน ที่อยู่ติดกับที่ตั้งของชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ และบริเวณช่วงรอยต่อของที่ดินซึ่งอยู่ติดชายหาดนั้น ส่วนหนึ่งติดกับเส้นทางที่ชาวไทยใหม่ใช้สำหรับเดินไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อหรือพิธีบาลัย เป็นระยะทางประมาณ 300-400 เมตร รวมทั้งมีการใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ซ่อมแซม หรือทำอุปกรณ์เพื่อประมงพื้นบ้านชายฝั่ง แต่ปรากฏว่าทางกลุ่มผู้รับมอบอำนาจได้ทำกำแพงหรือ Barrier กั้น จึงสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชาวไทยใหม่ เพราะจำเป็นต้องใช้เส้นทางไปประกอบพิธีกรรม โดยระบุว่าเคยใช้เส้นทางต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เพราะหากลงไปเดินบริเวณชายหาดจะไม่สะดวก และในบางครั้งมีน้ำทะเลขึ้นสูง และจะส่งผลกระทบกับการประกอบอาชีพ และปัญหาข้อพิพาท ในลักษณะดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว
ขณะที่ นายชาตรี หมาดสตูล ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก บริษัท บารอน เวิรลด์ เทรด จำกัด ให้ดำเนินการปรับปรุงที่ดิน ที่มีเนื้อที่ประมาณ 33 ไร่ เพื่อสร้างเป็นวิลล่าประมาณ 17-18 หลัง กล่าวว่า ที่ดินนี้มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดิน โดยมีการซื้อต่อกันมาเป็นทอดๆ โดยปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ที่ผ่านมามีความพยายามเข้ามาปรับปรุงพื้นที่มาโดยตลอด แต่ทางกลุ่มชาวไทยใหม่บ้านราไวย์ไม่ยินยอม โดยอ้างว่าเป็นเส้นทางใช้สำหรับการเดินทางไปประกอบพิธีกรรม และเพื่อป้องกันการถูกขัดขวาง บริษัทจึงได้มีการสร้างกำแพงขึ้น แต่ปรากฏว่าบางส่วนโดยเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาจะถูกทำลายโดยตลอด รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แม้ว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะมีการเรียกประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไข และบริษัทพร้อมรับข้อเสนอเท่าที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ดีข้อเสนอของชาวไทยใหม่จะเปลี่ยนแปลงตลอด และยังขอใช้พื้นที่เข้ามาค่อนข้างมาก ที่ผ่านมามีการเจรจากันมาโดยตลอด เนื่องจากที่ดินมีเอกสารสิทธิถูกต้องและไม่ได้มีการบุกรุกที่ดินของผู้ใดและหากมีการลงทุนกลุ่มชาวไทยใหม่จะได้รับประโยชน์ด้วย
ส่วนนายสนิท แซ่ซั่ว ตัวแทนชาวไทยใหม่ราไวย์ กล่าวว่าพื้นที่บริเวณนี้มีปัญหากระทบกระทั่งกันมาค่อนข้างนานแล้ว เนื่องจากทางเอกชนอ้างเอกสารสิทธิและจะสร้างกำแพงปิดกั้นเส้นทาง ที่พวกตนใช้สำหรับเดินไปประกอบพิธีกรรมบริเวณโต๊ะบาลัย ที่อยู่ห่างไปจากชุมชนประมาณ 300 เมตร และเส้นทางนี้ใช้กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นเส้นทางสาธารณะ
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.บริษัทเจ้าของที่อ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นโฉนดได้ให้พนักงานนำรถแบ็คโฮตักก้อนหินออก หลังจากที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งให้ผู้แทนเจ้าของที่ดินเปิดทาง เข้า-ออก ความกว้าง 2 เมตร เพื่อให้กลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์สามารถใช้เส้นทาง นี้เข้าไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อและลงทะเลได้ตามข้อเรียกร้องเบื้องต้น ในขณะเจ้าหน้าที่ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ฝ่ายปกครองและพนักงานเทศบาลตำบลราไวย์ จำนวนหนึ่ง ได้คอยดูแลความสงบเพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะขึ้นมาอีก อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ถอนกำลังไปบ้างแล้ว ในเช้าวันที่ 28 มกราคมนี้

