วันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นางดอว์ เล เล มอ มุขมนตรีภาคตะนาวศรี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมเป็นประธานการประชุมสานสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่าง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ จ.มะริด ห้องประชุมโยธิน โรงแรมหาดทอง อำเภอเมืองฯ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชนจากสภาหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีภาค ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ คณะหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม จ.มะริด ร่วมประชุม จากนั้นมีการหารือประเด็นการผลักดันจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร เป็นจุดผ่านแดนถาวร ปัจจุบันยังมีปัญหาการลงนามรับรองผลการสำรวจรายละเอียดเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-เมียนมา
นางดอว์ เล กล่าวว่า เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ของเมียนมา ขณะนี้ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด แต่การประชุมคณะรัฐมนตรีภาคตะนาวศรี จะมีการนำประเด็นการนัดประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-เมียนมา เข้าพิจารณาเพื่อเป็นมติเห็นชอบของที่ประชุม ก่อนเสนอเรื่องไปยังรัฐบาลเมียนมาเชื่อว่าหากด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้ทั้ง 2 ประเทศจะได้รับประโยชน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว และยังเห็นพ้องกับข้อเสนอแผนพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ-ประวัติศาสตร์ด่านสิงขร-บ้านมูด่อง ซึ่งจะขอให้เจ้าหน้าที่ไทยและฝ่ายเมียนมาได้พบกันแบบเหย้าเยือนทุกเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเมียนมาในการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านด่านสิงขรให้มีความรวดเร็วมากขึ้นในรูปแบบศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือวันสต็อปเซอร์วิส เพื่อลดขั้นตอนต่างๆ และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า จะมีการตั้งคณะทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นมาเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ มุขมนตรีภาคตะนาวศรี ยังขอให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเข้าวัตถุดิบการเกษตรจากเมียนมาไปใช้ในการผลิตให้มากขึ้น พร้อมขอให้ฝ่ายไทยช่วยถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรแก่เกษตรกรเมียนมา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมระบุว่า ในปีนี้ฝ่ายไทยมีแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณด่านสิงขร หลายโครงการโดยเฉพาะการปรับปรุงขยายเส้นทางเข้าด่านสิงขร ซึ่งจะสอดรับกับการปรับปรุงเส้นทางจากบ้านมูด่องไปจังหวัดมะริด ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยวระหว่างกัน

