สืบเนื่องกรณีที่ครูท่านหนึ่งของโรงเรียนประถมในพื้นที่ ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ร้องทุกข์ว่า ห้องเรียนที่ตนเองเป็นครูประจำชั้นอยู่ถูกมือดีปาก้อนเลือดสดๆ ใส่ จนเลือดไหลนองพื้นเป็นที่น่าสยดสยอง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ยืนยันว่าตนไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ไม่เคยทะเลาะกับใครมาก่อน แต่สาเหตุน่าจะมาจากที่ตนเองท้วงติงและตรวจสอบเรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนที่พบว่าไม่มีคุณภาพหรือโภชนาการตามที่เด็กควรจะได้รับ และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป ซึ่งอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนที่เสียประโยชน์จากเรื่องนี้ ซึ่งคุณครูบอกว่าอยากให้หน่วยเหนือเข้ามาตรวจสอบ พร้อมให้ความปลอดภัยกับตนด้วยนั้น
ต่อมา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นางสาวลออ วิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่ประถมศึกษาชัยนาท หรือ สพป.ชัยนาท ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีข้อท้วงติงเรื่องอาหารกลางวัน คาดว่าจะใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์น่าจะได้ข้อสรุปว่ามีความบกพร่องหรือผิดปกติใดหรือไม่ เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยงู ได้เข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เป็นถุงเลือด จำนวน 2 ถุง อยู่ในถังขยะภายในโรงเรียน พร้อมนำส่งแล็บพิสูจน์หาความเชื่อมโยงกับเลือดที่ปาห้องเรียน และผู้ก่อเหตุไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นางสาวลออได้ลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อขอคุยกับครูสาวเป็นการส่วนตัว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมระบุว่า คุณครูคนดังกล่าวสารภาพว่าโดนต่อว่าและข่มขู่อย่างหนัก จะมีการเอาผิดทางวินัยหากไม่ยอมจบเรื่อง นอกจากนี้ต้องเซ็นตรวจรับอาหารกลางวันเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แต่เจ้าตัวยืนยันว่าจะไม่เซ็น อย่างไรก็ดี ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยนาท เดินทางมาพบและให้คำปรึกษาครูอ้อมในฐานะผู้เสียหาย พร้อมแจ้งว่าจะให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายตามสิทธิที่พึงมีอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องทนายความที่หากจำเป็นต้องใช้ และข้อแนะนำทางด้านกฎหมายต่างๆ ซึ่งทำให้ครูอ้อมรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่ไม่ถูกสังคมทอดทิ้ง
ย้อนอ่าน : ‘ครูอ้อม’ ออกมาแฉ ถูกบังคับเซ็นตรวจรับอาหารกลางวันฉาว ด้านผู้ปกครองจี้เอาผิด ผอ.
ด้านผู้ปกครองที่มาให้กำลังใจครูสาว กล่าวว่า วันนี้มีลูกๆ มาบอกว่าครูของโรงเรียนเข้าพูดล็อบบี้เชิงข่มขู่ ไม่ให้นักเรียนในโรงเรียนพูดกับนักข่าวเรื่องอาหารกลางวันไม่ดี หรือผัดบะหมี่ไม่มีเนื้อสัตว์อีก หากใครพูดอาจมีผลกับการเรียนได้
ขณะที่ตัวแทนผู้ปกครองได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อยากขอร้องให้ สตง.และ ปปช.เข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย เพราะการที่ สพป.ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบ ชาวบ้านไม่มั่นใจในเรื่องของความยุติธรรม เพราะที่ผ่านมา สพป.เองมีทีท่าปกป้องโรงเรียนมาโดยตลอด หากสอบสวนไปก็คงไม่ได้ความจริง
ทั้งนี้ ความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ช่วงนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้เรียกสอบพยานแวดล้อมคือครูในโรงเรียนไปแล้วหลายปาก ได้ข้อมูลสำคัญมาช่วยให้แนวทางการสืบสวนแคบลงมากขึ้น โดยเฉพาะวัตถุพยานคือถุงเลือดหมูที่ค้นพบในถังขยะ มีลักษณะเหมือนกับคนในโรงเรียนรายหนึ่งเคยโพสต์เอาไว้บนเฟซบุ๊ก ก่อนจะลบไป โดยถุงเลือดหมูมีจำนวน 2 ถุงเล็ก บรรจุอยู่ในถุงหิ้ว มียางรัดถุงเป็นสีเขียว 1 ถุง และสีเหลือง 1 ถุ ทำให้มั่นใจได้ว่าถุงเลือดหมูทั้ง 2 แหล่งน่าจะเป็นเลือดหมูชุดเดียวกัน ซึ่งมีคนในโรงเรียนไปซื้อมาจากตลาด ก่อนที่จะมีเหตุปาเลือดข่มขู่ครูอ้อมขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันที่ 21 ส.ค. แต่ยังคงรอผลแล็บว่าเลือดหมูที่บริเวณหน้าห้องเรียนของครูอ้อมตรงกับในถุงที่พบในถังขยะหรือไม่ หากพบว่าตรงกันก็สามารถสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยรายนี้ซึ่งเป็นคนในโรงเรียนได้ทันที ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เตรียมเรียกแม่ครัวมาสอบสวนเบื้องต้นเพิ่มอีก 1 คนด้วย
ด้านน้องๆ นักเรียนบอกว่า ตั้งแต่เรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียนแห่งนี้เป็นข่าวใหญ่ออกไป นักเรียนทุกคนรู้สึกเหมือนกันคือ อาหารที่ทางโรงเรียนทำให้กินดีขึ้นมาก จากเดิมที่จะมีเมนูซ้ำๆ อย่างก๋วยเตี๋ยวและต้มจืดฟัก นานๆ จะมีขนมหวานหรือผลไม้สักครั้ง ปัจจุบันแม่ครัวของโรงเรียนจะทำอาหารให้ทานอย่างสมบูรณ์ วันละ 2 เมนู พร้อมทั้งขนมอีก 1 อย่างด้วย ซึ่งเด็กๆ บอกว่าชอบให้เป็นแบบนี้ตลอดไป

