“ผบช.ภาค9” เปิดชื่อ 2 คนร้ายปล้นร้านทอง คาดนำเงินสนับสนุนขบวนการ

28.08.19 | 16:51 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 สค. ที่สถานีตำรวจภูธรหนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ดำรัช วิริยะกุล รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้ร่วมกันวิเคราะห์เบาะแสลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายไปที่การลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ผ่านมา จากเบาะแสมีความเข้าใจว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ แต่พบความพยายามก่อเหตุหวังเอาเงินภายในตู้ ซึ่งภายหลังรู้วิธีการระเบิดตู้เพื่อนำเงินในตู้ไปได้แล้ว จนกระทั่งมาทำการปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี ดังกล่าว จึงวิเคราะห์ว่านำเงินไปสนับสนุนขบวนการ จากนั้นจึงได้ร่วมกันแถลงข่าวคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาด อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สค.ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ได้ร่วมประชุมกับชุดสืบสวนสอบสวนจนรู้ตัวคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้

โดย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุชุดสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ จนรู้ตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุแล้ว 2 คนและกำลังเตรียมที่จะออกหมายจับ คือ นายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคง จำนวน 3 คดี ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ทั้งของ ปี 61 จำนวน 2 หมาย และปี 62 จำนวน 1 หมายและ นายไซฟูดดิน หะยีปูเต๊ะ มีหมายจับ ป.วิอาญาคดีความมั่นคง จำนวน 4 หมาย เป็นหมายจับของศาล จ.นาทวี เมื่อปี 2560 หมายจับศาล จ.สตูล เมื่อปี 2560 และ หมายจับของศาล จ.ปัตตานี ปี 61 และ 62 จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานชี้ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบ แต่กลับมาก่อเหตุจี้ปล้นร้านทอง จากการวิเคราะห์ได้มองปัจจัยหลาย ๆ เรื่อง เพราะเห็นจากหลาย ๆ คดีที่ผ่านมา สถิติพบการก่อเหตุ เช่นการวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม เป็นอีกคดีที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มขบวนการทำการก่อเหตุเพื่อหวังนำเงินและไปทำอะไร ซึ่งทางการข่าวต้องทำการวิเคราะห์ รวมทั้งล่าสุดก่อเหตุปล้นร้านทองเช่นกัน ส่วนการติดตามทองที่ถูกปล้นไปว่าจะมีการนำไปหลอมขายแล้วนำเงินกลับมาสู่กลุ่มขบวนการซึ่งเป็นอีกเบาะแส

ในส่วนของรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในห้วงหลังที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์ว่า การก่อเหตุมีการพัฒนารูปแบบเป็นการปล้นทรัพย์เพื่อนำเงินสนับสนุนกลุ่มขบวนการหรือไม่นั้น ผบช.ภาค 9 ระบุว่า มีการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุเหมือนกันว่า ขบวนการต้องการนำเงินไปทำอะไรหรือไม่สามารถควบคุมกลุ่มบางกลุ่มได้แล้ว หรือ ผลจากการประกาศใช้ชุดจรยุทธควบคุมหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมายของแม่ทัพภาค 4 ส่งผลให้มีการกดดันกลุ่มแนวร่วมออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมากจนทำมีการรวมกลุ่มและไม่รู้ทำอะไรจึงชวนกันก่อเหตุปล้นขึ้นมา

พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่า หลังฝ่ายตำรวจมีการสืบสวนสอบสวนพบเบาะแสประเด็นสาเหตุของการปล้นร้านทอง ซึ่งมีกลุ่มขบวนการเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหาเงินสนับสนุนขบวนการหรือไม่นั้น ฝ่าย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้มีคำสั่งปรับรูปแบบกำลังพลเข้ามาร่วมทำงานประสานกับฝ่ายตำรวจ และปกครอง เพื่อดำเนินการเครียพื้นที่ให้ปลอดภัยโดยเฉพาะ 4 อำเภอของ จ.สงขลากลายเป็นพื้นที่หลบหนีและซ่องซุ่ม และพื้นที่เองก็ไม่มีกฎหมายบังคีบใช้รับรอง จึงกลายเป็นแหล่งพังพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ ดังนั้นการปรับแผนจึงต้องดึงกำลังภาคประชาชนเข้ามาร่วมในการดูแลควบคุมพื้นที่ต่อไป