หน้าแรก ภูมิภาค ‘ครูอ้อ...

‘ครูอ้อม’ แฉอาหารกลางวันเด็ก เตรียมยื่นอุทธรณ์ คำสั่งย้ายไม่เป็นธรรม

28.08.19 | 18:39 น.

จากกรณีที่ ครูอ้อม ครูประจำชั้นอนุบาลของโรงเรียนวัดวงเดือนในพื้นที่ ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ร้องทุกข์ผ่านสถานีข่าวของเราว่า ห้องเรียนที่คุณครูท่านนี้เป็นครูประจำชั้นอยู่ ถูกมือดีปาด้วยก้อนเลือดสดๆ ใส่ จนเลือดไหลนองพื้นเป็นที่น่าสยดสยอง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากที่ตนเองท้วงติงและตรวจสอบเรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนที่พบว่าไม่มีคุณภาพ และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป โดยมีภาพของนักเรียนกินผัดบะหมี่วิญญาณหมูเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ทางโรงเรียนอ้างว่าภาพดังกล่าวเป็นวันสารทจีนที่หาซื้อของสดไม่ได้ จนผู้ปกครองออกมาร่วมแฉว่าฟังไม่ขึ้น เพราะวันดังกล่าวร้านชำข้างโรงเรียนมีของสดทั้งหมู ไก่ ไส้กรอก และผักพร้อมขายเต็มตู้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนที่เสียประโยชน์จากเรื่องนี้ จึงอยากให้หน่วยเหนือเข้ามาตรวจสอบ พร้อมให้ความปลอดภัยกับตน

โดยเมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ชัยนาทก็เดินทางลงพื้นที่เก็บข้อมูลเบื้องต้นในกรณีดังกล่าว โดยให้คำแนะนำกับทางโรงเรียนว่าควรทำให้ถูกต้องอย่าให้พบการทุจริตเพราะเรื่องอาหารกลางวันเป็นเรื่องที่ทางหน่วยเหนือให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และได้ขอสำเนาเอกสารโครงการอาหารกลางวันไปเก็บรายละเอียด ซึ่งหากพบมูลเหตุการทุจริตก็จะชี้มูลและดำเนินการทางกฏหมายต่อไป

สั่งย้าย ‘ครูอ้อม’ ช่วยราชการ หลังแฉอาหารกลางวันเด็ก เจ้าตัวเครียดหนัก ถูกกลั่นแกล้ง(ชมคลิป)

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมชัยนาท หรือ สพป.ชัยนาท ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 สิงหาคม ลงนามโดยนางสาวลออ วิลัย ผอ.สพป.ชัยนาท มีคำสั่งให้ครูอ้อม ย้ายไปช่วยราชการที่ สพป.ชัยนาท โดยให้เหตุผลว่า “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกาประถมศึกษาชัยนาท มีงานเร่งด่วนที่ต้องการผู้มีประสบการณ์และความสามารถ จึงให้นางสาวอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ ตำแหน่ง ครู โรงเรียนวัดวงเดือนไปช่วยปฏิบัติราชการเป็นการชั่วคราว ที่สำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาชัยนาท ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2562 จนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จ” ซึ่งเมื่อครูอ้อมรับทราบคำสั่งก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีตนซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน และเป็นพยาน ถูกย้ายเพียงคนเดียว แต่คนอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาหารกลางวัน กลับยังอยู่ทำงานตามปกติซึ่งเหมือนเป้นการจงใจกลั่นแกล้งและเป็นการออกคำสั่งย้ายโดยมิชอบ

Advertisement

ซึ่งหลังจากผู้ปกครองทราบเรื่องครูอ้อมถูกสั่งย้ายภายใน 24 ชั่วโมง ต่างก็แสดงความกังวล โดยบอกว่าครูอ้อมเป็นครูที่ดี เอาใจใส่เด็กๆ และมีความกล้าหาญที่ออกมาเปิดเผยความไม่ถูกต้องเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียน ผู้ปกครองกว่า 30 คนจึงชักชวนกันเดินทางมาที่โรงเรียน เพื่อแสดงพลังและให้กำลังใจครูอ้อม และบอกว่า “ถ้าครูอ้อมถูกย้าย พวกตนก็จะย้ายลูกหลานไปเรียนที่อื่น”

ล่าสุดทางครูอ้อมเองได้ทำหนังสือยื่นอุธรณ์คำสั่งย้าย ต่อ สพป.ชัยนาทผ่านต้นสังกัด แต่เมื่อเอา หนังสือไปให้นายสุเทพ สิงห์สม ผอ.โรงเรียนวัดวงเดือนกลับบ่ายเบี่ยงที่จะเซ็นรับทราบหนังสือให้ พยายามบ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลต่างๆ รวมทั้งอาสาที่จะนำหนังสือไปส่งให้เอง ครูอ้อมจึงตัดสินใจทำหนังสือขึ้นใหม่โดยเป็นการร้องคัดค้านคำสั่งย้ายด้วยตนเอง เพื่อนำยื่นต่อ สพป.ชัยนาท

ต่อมาในช่วงบ่ายครูอ้อมเดินทางเข้าพบนางสาวลออ วิลัย ผอ.สพป.ชัยนาท เพื่อยื่นหนังสืออุธรณ์คำสั่งยาย ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับนายสนธยา รักษาวงศ์ ผอ.ปปช.ประจำจังหวัดชัยนาท เดินทางมาที่ สพป.ชัยนาท เพื่อติดตามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม จึงได้เชิญครูอ้อมเข้าร่วมประชุมสอบถาม ซึ่งด้าน ผอ.สพป.ชัยนาทได้ชี้แจงว่าเหตุที่ทำหนังสือเรียกตัวครูอ้อมเข้ามาปฏิบัติราชการที่ สพป.ชัยนาทนั้น เพราะมีงานเกี่ยวกับปฐมวัยที่ตั้งทีมขึ้นมาทำงานเฉพาะกิจ จึงต้องการให้ครูอ้อมมาช่วยทำงาน ไม่ใช่การโยกย่ายมาช่วยราชการแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นการเรียกตัวมาเพื่อปฏิบัติงานเฉพาะกิจ หากครูอ้อมไม่สะดวกใจที่จะมา สามารถปฏิเสธได้หรือไม่ ผอ.สพป.ชัยนาทบอกว่าสามารถทำได้ และเมื่อถามว่าหากเป็นการเรียกมาทำงานเฉพาะกิจ เหตุใดไม่มีเรื่องของกรอบเวลา ผอ.สพป.ชัยนาทแจ้งว่างานที่ให้มาทำไม่รู้ว่าจะเสร็จลงวันไหนจึงยังไม่มีกำหนดอาจจะสั้นยาวแล้วแต่ว่าทีมทำงานจะสรุปและปิดจ็อบได้เร็วแค่ไหน ซึ่งเมื่อการประชุมผ่านไปทาง สพป.ชัยนาทยังคงยืนยันว่าครูอ้อมต้องมาตามหนังสือคำสั่งที่ออกไป ทำให้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ครูอ้อมจะต้องมาทำงานที่ สพป.ชัยนาทซึ่งอยู่ห่างจากที่พักกว่า 30 กม.

ส่วนทางด้านของ ป.ป.ช. นายสนธยา รักษาวงศ์ ผอ.ปปช.จ.ชัยนาทกล่าวว่า ในเรื่องนี้ทาง ปปช.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากพบความผิดปกติในเรื่องโครงการอาหารกลางวัน ปปช.จ.ชัยนาทก็จะส่งเรื่องให้ ปป.กลางสั่งการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน แต่ในวันนี้ยังอยู่ในช่วงของการรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกาารายละเอียดและหาความผิดปกติเบื้องต้นก่อน

ส่วนทางด้านผู้ปกครองที่ตามให้กำลังใจครูอ้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียใจว่าทำไมคนดี คนกล้าแฉความไม่ถูกต้องอย่างครูอ้อมต้องถูกรังแกสารพัด ในขณะที่ผู้ใหญ่ในจังหวัดไม่มีใครพยายามปกป้องครูอ้อมเลย ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้ชาวบ้านเองก็จะเคลื่อนไหว โดยเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งย้ายครูอ้อม แต่หากไม่เป็นผลชาวบ้านก็จะย้ายลูกหลานไปเรียนที่อื่น ซึ่งชาวบ้านบอกว่างานนี้ได้กลายเป้นโรงเรียนร้างแน่หากยังพากันปกปิดเรื่องไม่ดีในโครงการอาหารกลางวันและยังคงใช้อำนาจรังแกครูอ้อมแบบนี้