‘ปวีณา’ รุดเยี่ยม ‘น้องสมาร์ท’ ผอ.รพ.พระปกเกล้าฯ สรุปเลือดคั่งในสมองเกิดจากเขย่าตัวเด็กแรงๆ (คลิป)

29.08.19 | 19:26 น.

จากกรณี น.ส.ธิดารัตน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี พร้อมสามี ซึ่งเป็นข้าราชการครู เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม กรณี “น้องสมาร์ท” ลูกชายวัย 5 เดือน ลูกคนแรก หลังนำไปจ้างคนเลี้ยง จู่ๆ เกิดอาการเลือดคั่งในสมอง ขณะนี้นอนพักรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี โดยแพทย์แจ้งว่าน้องสมาร์ทอาจพิการทางสมองได้ และมีเลือดออกที่จอประสาทตา อาจส่งผลให้ตาบอดในอนาคต ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมติดตามคดี เนื่องจากสงสัยสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกันแน่นั้น


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พา น.ส.ธิดารัตน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี พร้อมสามี เดินทางไปเยี่ยมอาการน้องสมาร์ท หลังนัดหมาย พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.อ.คมน์สรณ์ มาบำรุง ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี นายพัฒนคมน์ ภู่ประเสริฐ พัฒนาสังคมจังหวัดจันทบุรี นางนัทธมน กิจดำรงกุล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.จันทบุรี ร่วมเข้าเยี่ยมอาการด้วย โดยมี นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ต้อนรับ ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมประชุมพร้อมกับแพทย์ที่ให้การรักษาน้องสมาร์ท แพทย์ทางด้านสมอง แพทย์นิติเวช เพื่อรับฟังสาเหตุของการเกิดเลือดคั่งในสมองเพื่อให้พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.จันทบุรี นำข้อมูลไปประกอบสำนวน

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เปิดเผนภายหลังการประชุมว่า จากการตรวจพิสูจน์พบว่า อาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองไม่ได้เกิดจากโรคธรรมชาติ ทั้งนี้ พบว่ามีเลือดออกทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่ ซึ่งเลือดเก่ามีการออกมาไม่น้อยกว่า 7 วัน เหตุที่เกิดน่าจะมาจากการเขย่าแรงๆ ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยกระทำลักษณะเดียวกันหลายๆ ครั้ง แต่ไม่ได้เกิดจากการกระแทก เนื่องจากไม่มีรอยฟกช้ำ หรืออาการบาดเจ็บใดๆ ซึ่งอาจเกิดจากความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ได้ ตามธรรมชาติของร่างกายอาจจะมีการดูดซึมไปเรื่อยๆ และขณะนี้ไม่มีเลือดใหม่ไหลออกมา ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่าจะดีขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ พัฒนาการอาจถดถอยไปบ้าง แต่อาจจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นไป ส่วนเรื่องจอประสาทตา ต้องดูว่าเลือดที่กระจายอยู่จะหายไปได้หรือไม่ หรืออาจจะมีแผลเป็นที่จอประสาทตา ยังไม่ทราบว่าจะมากน้อยแค่ไหน ยังต้องรอประเมินอาการ แต่ไม่ถึงขั้นที่ทำให้ตาบอด

ด้าน พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งจะต้องสอบปากคำพ่อแม่ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และไปตรวจสอบพื้นที่ ขอข้อมูลจากแพทย์พร้อมประวัติการรักษา ก่อนนำมาประมวลดูว่าเกิดจากการกระทำผิดอาญาหรือไม่

Advertisement