หน้าแรก ภูมิภาค อุตรดิตถ์เร่ง...

อุตรดิตถ์เร่งทำลายเชื้อไข้รากสาดใหญ่มากับลมหนาว หลังภารโรงติดเชื้อจนช็อครุนแรง

28.01.16 | 12:02 น.
(28 ม.ค.59) ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์โรงเรียนบ้านน้ำไคร้ ต.ด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก พ.ท.กฤษฏา ถาวรรัตน์ ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร รับคำสั่งจาก พล.ต.สมพงษ์ แจ้งจำรัส  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้นำเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลพร้อมด้วยรด.จิตอาสา ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านน้ำไคร้ ชี้แจงทำความเข้าใจและให้ความรู้กับชาวบ้าน เพื่อป้องกันโรคสคับไทฟัส หรือตามที่ชาวบ้านเรียกชื่อว่า โรคไทฟัส, โรคไข้รากสาดใหญ่, โรคไข้รากสาดพุ่มไม้, โรคไข้รากสาดไรอ่อนหรือไรแดงแล้วแต่สถานที่จะเรียก โดยมีหนูเป็นพาหนะมีตัวไรอ่อนเป็นตัวนำโรคนี้มาสู่คน
ภายหลังที่นายประกอบ  พันเทา อายุ 56 ปี ภารโรงโรงเรียนบ้านน้ำไคร้ เกิดอาการช็อคอย่างรุนแรงเพราะรับเชื้อโรคไข้รากสาดใหญ่ในปริมาณมาก ชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก เพื่อทำการรักษาและนอนอยู่ห้องไอซียูเป็นเวลานาน 1 สัปดาห์ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายและออกจากห้องไอซียูแล้ว นับเป็นรายแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ในช่วงฤดูหนาวนี้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฉายภาพมัลติมีเดียพร้อมคำอธิบายให้ความรู้กับชาวบ้านเพื่อป้องกันโรคดังกล่าวไม่ให้เกิดกับเด็กและผู้ใหญ่ในหมู่บ้านอีก หากใครป่วยโรคนี้แล้วอาจเสียชีวิตทันทีโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ เพราะเชื้อเข้าไปทำลายระบบภายในร่างกาย ทั้งระบบสมอง ปอดและหัวใจ เชื้อนี้มากับฤดูหนาวและสภาพ อากาศเย็นชื้นมีฝนตก ในพื้นที่หุบเขา,ในป่าละเมาะ ตัวไรอ่อนจะเกาะตามพุ่มไม้และสัตว์ฟันแทะเลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนู ซึ่งโรงเรียนและหมู่บ้านเป็นพื้นที่หุบเขาและป่าละเมาะ
201601280955212-20021028190359
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ตรวจร่างกายชาวบ้านพร้อมเด็กนักเรียนเพื่อตรวจหาโรคไข้รากสาดใหญ่ที่คาดว่าอาจจะเกิดกับเด็กและผู้ใหญ่ภายในหมู่บ้านเพิ่มเติม ผลการตรวจร่างกายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ภายในหมู่บ้านไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม โดยมี รด.จิตอาสา นำเครื่องพ่นหมอกควันพ่นฆ่าตัวไรอ่อน ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคไข้รากสาดใหญ่มาสู่คน พ่นภายในห้องเรียนและโดยรอบของตัวอาคาร รวมทั้งบริเวณพุ่มไม้ทั่วทั้งโรงเรียนเพื่อกำจัดตัวไร พร้อมปรับแต่งทำความสะอาดพื้นที่หนูซุกซ่อนอาศัยอยู่  และเป็นตัวแพร่ระบาดพาหนะโรคมากับไรอ่อนให้หมดไป
ด้านพ.อ.สมัย  กล่าวว่า แพทย์ต้องใส่สายกระตุ้นหัวใจพร้อมให้ยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 7 วัน ให้กับนายประกอบ ภารโรงโรงเรียนบ้านน้ำไคร้ ในระหว่างอยู่ห้องไอซียู ล่าสุดตอนนี้ปลอดภัยแล้ว และอยู่ระหว่างพักฟื้นเพื่อรอดูอาการที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก เป็นโรคที่ติดเชื้อในกระแสโลหิต หากพบในเด็กหรือผู้สูงอายุอาจเสียชีวิตได้  พร้อมฝากเตือนชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรป่าทำการเกษตรในช่วงนี้ ให้ระวังตัวไรอ่อนกัดผิวหนัง วิธีป้องกันคือการสวมใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวพร้อมรองเท้าบูตเพื่อป้องกันการโดนกัด บริเวณที่พบถูกกัดบ่อยจะอยู่นอกร่มผ้าและคลานเข้าไปในบริเวณรอยต่อระหว่างเสื้อผ้า กางเกงและขอบกางเกง ผู้ถูกกัดกัดจะพบรอยไหม้เหมือนบุหรี่ หากมีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุให้พบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไข้รากสาดใหญ่หรือไทฟัส
พ.อ.สมัย กล่าวด้วยว่า ตัวไรกัดคนแล้วนำเชื้อแบคทีเรียปล่อยเข้าสู่ร่างกาย จะมีอาการปวดที่ขมับและหน้าผาก หนาวสั่น มีไข้สูงนานหายวัน รู้สึกเบื่ออาหาร ที่รักแร้ ขาหนีบ เอว จะมีต่อมน้ำเหลืองโตก่อนกระจายไปแขนขา ผื่นมีอยู่ 3-4 วันก็หายไป ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น หอบ หัวใจวายหรือหมดสติ ควรนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนเพื่อเข้ารับการรักษา บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ ปอดอักเสบร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้