เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ภาคประชาสังคมและนักการเมืองร่วมลงนามข้อตกลงเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ใน 8 ประเด็นหลัก หนุนสู่นโยบายพรรคและรัฐบาล พร้อมประชุมรายงานความคืบหน้าและทำงานร่วมกันให้เกิดสันติสุข
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคภูมิใจไทย ตัวแทนพรรคประชาชาติและพรรคอนาคตใหม่ ร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมลงนามข้อตกลงร่วมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้กับภาคประชาสังคม โดยมีสักขีพยานจากหลายองค์กรและหน่วยงานเข้าร่วม
นายมูฮำหมัดอายุป ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าวถึงบทบาทของส.ส.ที่สามารถเปลี่ยนบางเรื่องของจังหวัดชายแดนใต้ได้ และต้องร่วมมือกันกับภาคประชาสังคม โดยมีข้อเสนอ 3 ข้อคือ
1.สภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีเรื่องของคณะกรรมการวิสามัญเรื่องการพูดคุยสันติภาพโดยเฉพาะ ทั้งที่ระยะการพูดคุยไปไกลมากแต่ไม่มีการหนุนเสริมจากสภาฯ และ 2.กระบวนการพูดคุยสันติภาพเป็นเรื่องของรัฐบาล ควรมีสำนักงานการพูดคุยในเมืองไทย 3.การทำฮัจย์และกระบวนการสันติภาพคล้ายกันคือ ความอดทน ความหลากหลาย รับฟังหลายฝ่าย ความเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ในอนาคตส.ส.และภาคประชาสังคมต้องจับมือกันทำงานเพื่อให้กระบวนการสันติภาพเดินไปข้างหน้า

การเคลื่อนไหวในประเด็นนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นปี 2562 ปัจจุบันภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกันในประเด็นนี้มีทั้งหมด 14 องค์กร
พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตัวแทนกล่าวถึงข้อตกลงร่วมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ระหว่างนักการเมืองกับภาคประชาสังคมว่า
ตามที่ได้มีการรวบรวมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสันติภาพจากองค์กรภาคประชาสังคมชายแดนใต้ ผ่านกระบวนการต่างๆ อาทิ การจัดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสัมภาษณ์คนในพื้นที่ การกระชุมเชิงปฏิบัติการ การสานเสวนา และการประชุมกลุ่มเจาะจง สามารถรวบรวมประเด็นข้อเสนอได้ 8 ประเด็นดังนี้
1.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2.กระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข 3.การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.การสื่อสารกับสังคม 5.การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม 6.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ 7.รูปแบบการปกครองละการพัฒนา 8.กระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 ตัวแทนภาคประชาสังคมได้ยื่นประเด็นข้อเสนอต่อผู้สมัครส.ส.ที่ โรงแรมปาร์ควิว ปัตตานี และเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 นักการเมืองและภาคประชาสังคมได้ประชุมปรึกษากันที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี โดยมีข้อสรุปว่า จะร่วมมือกันในการทำนโยบายสันติภาพ ตลอดจนการประสานงานและการติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อให้มีกลไกการดำเนินงานด้านนโยบายสันติภาพ รวมถึงประเด็นนโยบาย 8 ประเด็นดังกล่าว นักการเมืองและตัวแทนภาคประชาสังคมจึงมีข้อตกลงที่จะประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเช่น ทุก 2 เดือน โดยจะรายงานผลการประชุมและผลการขับเคลื่อนนโยบายให้สาธารณชนทราบเป็นระยะๆ
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงนามครั้งนี้ว่าเป็นสิ่งสำคัญ คือสัญญาที่ผูกพันว่าต้องขับเคลื่อนประเด็นนี้ให้สำเร็จ
“เราทำหน้าที่ผู้แทนในสภาที่ขับเคลื่อนไปนำเสนอเป็นนโยบายของพรรคสู่นโยบายของรัฐบาล เป็นการยื่นญัตติในสภาแต่ละครั้ง ซึ่งมีถึง 35 คณะ แต่การพูดคุยสันติภาพอาจไปอยู่ในคณะไหนต้องรอดู และอยากให้กระบวนการสันติภาพเกิดขึ้นจริงในพื้นที่บ้านเรา”
ด้านตัวแทนพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการเสนอตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งกฎหมายพิเศษมีทั้งได้และเสีย และคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นกรณีของนายอับดุลเลาะ คงไม่ใช่เหตุสุดท้ายและไม่ใช่คนแรก กระบวนการพูดคุยสันติภาพต้องเดินหน้าต่อไป หากจับมือกันทุกพรรคจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้แน่นอน

