เมื่อวันที่ 4 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่า แม้วันนี้ฝนไม่ตกลงมาในพื้นที่ แต่ระดับน้ำในลำน้ำห้วยหลวง ที่ประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมือง มีระดับทรงตัวเท่าเมื่อวาน คืออยู่เหนือฐานคอนกรีต 50 ซม. เนื่องจากน้ำฝนยังคงสะสมอยู่ตามสวนและนาข้าว ก่อนไหลลงสู่ลำห้วยสาขา ลำน้ำห้วยหลวง และไหลผ่าน อ.เพ็ญ อ.พิบูลย์รักษ์ อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี ไปลงแม่น้ำโขงที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
ทั้งนี้ คืนที่ผ่านมามีน้ำจาก ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมือง ไหลมาตามห้วยหินลาดในสภาพล้นตลิ่ง มารวมกับน้ำจากคลองชลประทาน โครงการส่งน้ำบำรุงรักษาห้วยหลวง ที่บริเวณบ้านนาแอง ต.นิคมสงเคราะห์ ได้ไหลเข้าท่วมวัดไชยารามหนองสวรรค์ บ้านโนนตาล หมู่ 2 บ้านหนองสวรรค์ หมู่ 5 ต.เชียงพิณ อ.เมือง ทำให้บ้านเรือนราษฎร 30 หลังจมอยู่ใต้น้ำ ระดับน้ำสูงสุด 80 ซม. และระดับน้ำทรงตัวอยู่ทั้งวัน ไม่มีท่าทีว่าจะลดลง
ต่อมา นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมือง นายอภิชาต ชุมนุมมณี ผอ.โครงการชลประทาน จ.อุดรธานี ช่างจากแขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 นายก อบต.เชียงพิณ และ ปภ.อุดรธานี เดินทางลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง และสำรวจเพื่อทำการแก้ไข พบว่า น้ำยังคงไหลผ่านหมู่บ้านลงไปยังลำห้วยดาน ที่จะไหลลงอ่างฯหนองสำโรง และไหลลงลำน้ำห้วยหลวง ทั้งนี้ จากปัญหาการเติบโตของเมือง มีการถมดินเพื่อก่อสร้างอาคาร พื้นที่เกษตรกรรมที่เคยให้น้ำผ่านลดลง เหลือเพียงลำห้วยที่มีขนาดเล็กลง โดยเฉพาะลำห้วยดานที่ไหลจากหมู่บ้านมายังถนนอุดรธานี-กุดจับ และไหลขนาดกับถนน ระยะทางกว่า 1 กม. และมีการเชื่อมพื้นที่ดินเอกชนกับถนน เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ ระดับน้ำมีความแตกต่างกันกว่า 1 เมตร ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาขออนุญาตจากเจ้าของที่ดิน

นายวัฒนาเปิดเผยว่า ได้มาตรวจติดตามการแก้ไขปัญหา นอกจากพบปะให้กำลังประชาชน ยังพบกับเจ้าของที่ดินที่ทำทางเชื่อมเข้าไปยังที่ดินตนเอง แต่มีลักษณะกีดขวางทางน้ำไหล เจ้าของที่ดินก็ยินยอมให้ขุดทางเชื่อมออก เพื่อระบายน้ำช่วยชาวบ้านเร็วขึ้น โดยรถแบ๊กโฮของ อบจ.อุดรธานี ได้ทำการขุดเปิดทางน้ำแล้ว เชื่อว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีก ระดับน้ำจะลดลงเรื่อยๆ จนเข้าสู่สภาวะปกติ

