เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ว่า จากการระบายน้ำหนองหาร จ.สกลนคร หลังมีปริมาณน้ำเอ่อล้นเกินความจุ จนกระทั่งมีการระบายมวลน้ำหนองหารลงลำน้ำก่ำ ซึ่งรับน้ำลงสู่น้ำโขง ที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ส่งผลให้ปริมาณน้ำก่ำเริ่มเอ่อล้นทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือน ของชาวบ้าน ในพื้นที่ปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่ง เป็นจุดรวมระหว่างน้ำทั้ง 2 สาย คือ ลำน้ำก่ำ กับลำน้ำบัง ทำให้เกิดผลกระทบทุกปี สร้างความเดอืดร้อนให้ชาวบ้าน ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ รวมถึงพื้นที่การเกษตร ข้าวนาปี ถูกน้ำท่วมขังเสียหายทุกปี โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวบ้านปากบัง กว่า 300 ครัวเรือน ยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำก่ำที่เอ่อล้นหนุนลำน้ำบังทะลักท่วมบ้านเรือนแล้วกว่า 60 หลังคาเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตรนาข้าว กว่า 2,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมขัง คาดว่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมด เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากหลายพื้นที่ไหลมาสมทบ หากระดับน้ำเพิ่มขึ้น และท่วมขังนานคาดว่าจะมีน้ำท่วมขังนาข้าวเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่ ทั้งนี้ อ.นาแก ได้ประสานผู้นำชุมชน ท้องถิ่น เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากระดับน้ำสูงต่อเนื่อง จะได้เข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านขึ้นที่สูงทัน

ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านที่บ้านเรือนติดลำน้ำบังกว่า 60 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมขัง เริ่มได้รับผลกระทบทั้งความเป็นอยู่ ต้องยกสิ่งของขึ้นที่สูง ไม่มีห้องน้ำใช้ และต้องทนทุกข์ อยู่กับสภาพน้ำท่วม ลุยน้ำเข้าออก ส่งผลให้ บางราย เริ่มเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจ เป็นไข้หวัด จากสภาพอากาศ รวมถึงโรคมากับน้ำ เท้าเปื่อย และโรคเครียด อีกทั้งยังต้องระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ

นายคำฟอง พ่ออามาตย์ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านปากบัง หมู่ 2 ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า พื้นที่บ้านปากบัง ถือเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมานานกว่า 50 ปี ต้องลุ้นว่า บางปีน้ำจะท่วมมากน้อยแค่ไหน บางปี น้ำน้อยไม่ได้รับผลกระทบโชคดี หนักสุดปี 2560 ท่วมสูง ขังนานเกือบ 2 เดือน หมู่บ้านกลายเป็นเกาะต้องคอยภาครัฐ ส่งข้าวอาหาร น้ำดื่ม เช่นเดียวกับปีนี้ช่วงฤดูฝนต้องเฝ้าระวังหากลำน้ำก่ำไหลมาสมทบ ลำน้ำบัง ซึ่งเป็นจุดรวมน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่าปากบัง ทำให้เอ่อล้นท่วม ล่าสุดระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ทะลักท่วมบ้านเรือนแล้วกว่า 60 หลังคาเรือน หนักสุด นาข้าวท่วมหนัก กระทบแล้วกว่า 2,000 ไร่ หากระดับน้ำสูงต่อเนื่อง พื้นที่นาข้าวกว่า 3,000 ไร่ จะถูกท่วมขังเสียหายทั้งหมด เดือนร้อนแต่ต้องอยู่ตามวิถีชีวิต รอเงินชดเชยจากภาครัฐ สำคัญช่วงน้ำท่วม ต้องลำบาก ห้องน้ำ ความเป็นอยู่ ป่วยเป็นโรคมากับน้ำ หนำซ้ำต้องระวังสัตว์มีพิษ หากจะมีการแก้ไข มองว่าจะต้องสร้างคันคูสูงกั้นน้ำเอ่อล้น และที่สำคัญอยากให้ภาครัฐสร้างคลองส่งน้ำระบบชลประทานครอบคลุมหมู่บ้าน ให้ทำการเกษตรฤดูแล้งได้ เป็นการชดเชย เคยเสนอไปหลายครั้ง แต่ติดขัดเรื่องงบประมาณ

