นอภ.นาทวี เผย ‘ร้านทอง’ ถูกปล้นยังได้เงินเยียวยา เหตุยังไม่ชัดโยงสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้

กรณีคนร้ายพร้อมอาวุธครบมือก่อเหตุปล้นห้างทองสุธาดา ในเขตเทศบาลตำบลนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับคนร้ายไปแล้ว 6 ราย ในจำนวนนี้ 4 ราย มีหมายจับคดีความมั่นคงติดตัว ส่วนอีก 2 ราย ยังไม่มีคดีติดตัว ส่วนมูลค่าความเสียหาย เจ้าของร้านยืนยันว่า มีมูลค่า 61 ล้านบาทเศษ ซึ่งเมื่อ 3 กันยายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่และได้พูดถึงเรื่องเงินเยียวยา โดยได้เชิญฝ่ายปกครองเข้าให้ข้อมูลในที่ประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีที่ สภ.นาทวี นั้น

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูศักดิ์ สบานแย้ม นายอำเภอนาทวี ได้หารือนอกรอบร่วมกับ ตัวแทนจากฝ่ายตำรวจ และ ทหาร ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ในการพิจารณาเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรณีนี้ ที่ว่าการอำเภอนาทวี ซึ่งในวันนี้ถือเป็นการติดตามความคืบหน้าทางคดี และยังไม่ได้มีการยืนยันชัดเจนจากฝ่ายตำรวจว่าคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบหรือไม่

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการเยียวยานั้นยังมีอีกหลายขั้นตอน ซึ่งขั้นตอนแรกจะต้องมีการยืนยันชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง จากนั้นจึงจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สินที่เสียหาย ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้าร่วมพิจารณา

“หากเป็นไปตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ และระเบียบ ก็จะมีการจ่ายเยียวยาตามหลักฐาน ข้อเท็จจริงในราคาต้นทุน ซึ่งคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะ โดยหลังจากนี้จะมีการติดตามความคืบหน้าทางคดีทุก 7 วัน ก่อนที่ทั้ง 3 ฝ่ายจะได้ข้อสรุป” นายชูศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำหรับในกรณีนี้ ถือเป็นคดีแรกของการเยียวยาฯ ที่มีความเสียหายมูลค่าสูง และเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่เชื่อมโยงเข้ากับคดีความไม่สงบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีความรอบคอบ โดยเฉพาะมีความกังวลจากหลายฝ่าย เนื่องจากมองว่า คดีนี้เป็นคดีปล้นทรัพย์ ซึ่งถือเป็นคดีอาชญากรรมปกติ เพียงแต่ผู้ก่อเหตุอาจจะเป็นกลุ่มแนวร่วม แต่จะเข้าข่ายคดีที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ จนต้องใช้เงินของรัฐในการจ่ายค่าเยียวยาหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ราชกิจจาฯประกาศกกต. “พรรคการเมืองดัง” สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง
บทความถัดไปพ่อบ้านหนาว! เพจนักสืบเผยวิธีตามจับสามีมีกิ๊ก สะกดรอย-ปลอมตัว ก่อนพาภรรยาจับโป๊ะคารีสอร์ท