พี่ชาย รมต.เกษตรฯ เมินกรมสวัสดิการฯ กำหนดจ้างต่างด้าว 12 เดือน ขู่ปิดโรงงานยาวหากไม่แก้ไข

วันที่ 8 กันยายน นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย เจ้าของโรงงานแปรรูปสับปะรดส่งออกที่ อ.ปราณบุรี ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ พี่ชายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือแจ้งประธานสภาเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันว่าทุกโรงงานสับปะรดกระป๋องในจังหวัดจะไม่เปิดการผลิตสับปะรดฤดูกาลปี 2562 และ 2563 จนกว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงงาน จะมีแนวทางแก้ไขข้อกำหนดให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออกและเสริมสภาพคล่องในประเทศ

“หลังจากกำหนดให้โรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออกที่จ้างแรงต่างด้าวจะต้องทำบันทึกข้อตกหรือ เอ็มโอยู กับบริษัทจัดหางาน โดยต้องทำสัญญาจ้างแรงงานตลอด 12 เดือน มีค่าใช้จ่ายเป็นรายบุคคลอีกคนละ 10,000 บาท ที่ประชุมสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทยได้พิจารณาข้อกำหนดของกรมสวัสดิการฯ จึงขอชี้แจงว่าสับปะรดในประเทศไทยมีผลผลิตตามฤดูกาลปีละ 9 เดือน โรงงานจะหยุดทำการผลิตช่วงที่ไม่มีสับปะรดนาน 3 เดือน โดยเฉพาะใน จ.ประจวบคีรีขันธ์มีโรงงานสับปะรดกระป๋องมากที่สุด และ มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศ “ นายวิรัช กล่าว

นายวิรัช กล่าวอีกว่า สมาคมฯมีมติให้กรมสวัสดิการฯพิจารณาให้จ้างแรงงานภายในเวลา 9 เดือน พร้อมยกเลิกข้อกำหนดค่าใช้จ่ายรายละ 10,000 บาท ต่อคนสำหรับการทำสัญญาแต่ละครั้ง หากไม่ได้รับการแก้ไขโรงงานทั้งหมดจะไม่เปิดสายการผลิต จากกำหนดเดิมจะเปิดโรงงานได้ภายในเดือนกันยายนนี้หรือช่วงต้นเดือนตุลาคมของทุกปี เนื่องจากโรงงาน 10 กว่าแห่ง ต้องใช้แรงงานจำนวนมากโรงละ 500 – 1,400 คน หากดำเนินการตามที่กำหนดโรงงานไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่าย 40 – 50 ล้านบาท ทั้งที่โรงงานปิดสายการผลิตมานาน 30 – 40 ปี ไม่เคยมีปัญหา แต่ที่ผ่านมากรมสวัสดิการฯ กลับไปออกกฎเกณฑ์ตามคำแนะจากองค์การพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ

นายสมจิตร งุ่ยไก่ แกนนำชาวไร่สับปะรด ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หากโรงงานในจังหวัดปิดการผลิตผลจะมีกระทบกับชาวไร่ที่บังคับสับปะรดให้ออกผลผลิตในช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายนนี้ สำหรับสมาชิกของโรงงานสับปะรดกระป๋องที่ อ.กุยบุรี เจ้าของโรงงานจะเชิญสมาชิกร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในวันที่ 20 กันยายน นี้ หากโรงงานหยุดพร้อมกันทั้งหมดเชื่อว่าจะมีผลกระทบอย่างหนัก

บทความก่อนหน้านี้สกู๊ป น.1 : สำรวจ‘The Cave’ ‘ขุนน้ำนางนอน’ โลกจำ-ไทยลืม?
บทความถัดไป“อนุทิน” โพสต์ภาพปฏิบัติภารกิจ”หัวใจติดปีก” จากเชียงใหม่ส่งมอบผู้ป่วยที่รพ.จุฬาฯ