เมื่อวันที่ 11 กันยายน นพ.เฉลิมพล โอสถพรมมา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 12 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เกิดจากทิศทางลมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงใต้ (Hotspot) บางส่วนบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดหมอกควัน เข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของไทย เป็นผลให้เกิดหมอกควันข้ามแดน (Transboundary) ปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ค่า PM2.5 มีค่าสูงขึ้น
![]()
นพ.เฉลิมพลเปิดเผยว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามรับฟังข่าวสารและข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง มีการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยงต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ ถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการกำเริบได้ง่ายจากการสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็ก จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในปริมาณที่สูงเกินค่ามาตรฐานหรือเข้าไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายมากเป็นระยะเวลานาน
![]()
“แต่หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณที่สูง ควรป้องกันการสัมผัสฝุ่นให้น้อยที่สุด โดยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก เฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นเวลานานและตำรวจจราจรที่ทำงานกลางแจ้ง ควรสวมหน้ากาก สวมแว่นตา เสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันฝุ่นด้วย” นพ.เฉลิมพลกล่าว

