รวบแล้ว! ตร.ไทยร่วมกัมพูชารวบแก๊งเช่ารถส่งขายเขมร

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 11 ก.ย.62 ที่กลางสะพานมิตรภาพไทยกัมพูชา หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อม ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1201 และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ทำพิธีรับรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ค สีดำ ป้ายแดง ศ-5084 กทม.จาก พลโท บอน บิน หัวหน้า ส.ห.ทหารจังหวัดบันเตียเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของนายจิรวัฒน์ เลิสกษิต อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถเช่าใน กทม. ที่ถูกน.ส.จันทร์ทิพย์ ณ อุดม อายุ 42 ปี และ น.ส.อสะรีย์ เสาร์คำ อายุ 39 ปี หลอกเช่าไปส่งขายในประเทศกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.ย.62 ที่ผ่านมา พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.กกล.บูรพา/หน.สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 ได้สั่งการให้ พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รอง ผบ.กกล.บูรพา ทำการตรวจสอบติดตามตัวผู้ต้องหา และรถยนต์ที่สูญหาย ที่ได้รับแจ้งจาก นายจิรวัฒน์ เลิสกษิต อายุ เจ้าของรถเช่า ให้ช่วยติดตาม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน ศ – 5084 ป้ายแดง โดยถูก น.ส.จันทร์ทิพย์ ณ อุดม อายุ 42 ปี และ น.ส.อสะรีย์ เสาร์คำ อายุ 39 ปี ได้ทำการเช่าไปใช้งาน แต่ไม่นำรถมาส่งคืนตามกำหนด ซึ่งเจ้าของรถได้ทำการตรวจสอบจากระบบติดตามรถ (GPS) พบว่ารถยนต์คันดังกล่าว ระบุตำแหน่งอยู่ในประเทศกัมพูชาแล้ว

ต่อมาในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาฯ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สระแก้ว ทำการตรวจสอบและหาข่าวจนกระทั้งสามารถจับกุม น.ส.จันทร์ทิพย์ ณ อุดม และ น.ส.อสะรีย์ เสาร์คำ ได้บริเวณช่องทางตาพระยา(บึงตะกวน) ขณะเดินทางจากกัมพูชาเข้าประเทศไทย จึงได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาพระยาดำเนินคดี ในส่วนรถที่ถูกขโมย นั้นทาง พ.อ.ชุมเจตน์ นพเกตุ รอง หน.สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ สน.ปกท.(กัมพูชา) ให้หน่วยสารวัตรทหารกัมพูชา ทำการตรวจสอบและติดตามรถยนต์ที่ถูกขโมยดังกล่าวจนสามารถตามจับเพื่อนร่วมขบวนการชาวกัมพูชาได้จำนวน 3 คน และได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาดำเนินคดีทันที

ด้านพ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า นับเป็นหนึ่งในหลายพันคัน ที่รถถูขโมยส่งไปขายในประเทศกัมพูชา และสามารถติดตามส่งคืนเจ้าของได้ ซึ่งการติดตามรถยนต์คันดังกล่าวได้ในครั้งนี้นั้น เป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยละของกัมพูชา ที่สำคัญรถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์หรูที่มีระบบติดตามรถ GPS และเป็นรถยนต์ที่ไม่ค่อยมีใช้ในประเทศมากนัก จึงทำให้สามารถติดตามจบพบ และยังสามรถจับกุมขบวนการนำรถยนต์ข้ามชายแดนชาวกัมพูชาได้อีกจำนวน 3 คน

ส่วนทางด้านนายนายจิรวัฒน์ เลิสกษิต เจ้าของรถยนต์ดังกล่าวบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้รถยนต์คืน จึงอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาฯ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนไทยกัมพูชา และอีกหลายๆฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชาด้วยที่สามารถติดตามรถยนต์คันละกว่า 3 ล้านบาทของตนกลับคืนมาได้ ส่วนตัวผู้ต้องหาคนไทยที่มาเช่ารถยนต์ของตนนั้นตนได้แจ้งความไว้ที่ สน.คลองตันแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตันจะได้เดินเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“พปชร.” เตรียมส่ง “เพชรภูมิ” ลูกชายสุดหล่อ “ไวพจน์” ลงเลือกตั้งซ่อม เขต 2 กำแพงเพชร
บทความถัดไปโลกยังมืด! “ชาวนาโยง” ร้องไม่มีไฟฟ้าใช้แม้ขอหน่วยงานรับผิดชอบแต่ก็ยังเงียบ ฝากส.ส.แก้ไขไขด่วน