พ่อป่วยหนีรพ.กลับบ้านนอนกอดลูก 10 ขวบ สุดท้ายเสียชีวิตคาอ้อมกอด

สลด! พ่อป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลคิดถึงลูกน้อยวัย 10 ขวบ หนีโรงพยาบาลพบลูก สุดท้ายนอนเสียชีวิตคาอ้อมกอดลูก อีกทั้งไม่มีญาติมาติดต่อขอรับ ศพอยู่รพ 6 วันแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาว่า มีเรื่องราวที่น่าสลดใจเกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 10 ขวบ เด็กนักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดช่องลม) เทศบาลเมือง จ.ราชบุรี หลังจากทางโรงเรียน ร่วมกันรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปจัดพิธีงานศพให้กับพ่อเด็ก ที่เสียชีวิตไปประมาณ 6 วันแล้ว แต่ศพยังอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี เพราะไม่มีญาติไปติดต่อขอรับศพ และไม่มีเงิน ประกอบกับหนูน้อยคนดังกล่าวซึ่งเป็นลูกสาวผู้ตาย ได้ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ราชบุรี ต.บ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับทางโรงเรียนเทศบาล 2 โดยนางวาสนา เจริญเปลี่ยน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดช่องลม) ให้รายละเอียดว่า เด็กคนดังกล่าว ชื่อ ด.ญ.ทัตสิกา สายทินกร หรือ น้องโมโน อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.4/1 แต่ตอนนี้ตัวน้องโมโนอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ราชบุรี เรื่องราวที่เกิดขึ้นทางโรงเรียนทราบเรื่องเมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ปกครองของเด็กนักเรียน และเพื่อนของน้องโมโนได้มาแจ้งว่า นายกฤษดา สายทินกร อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 4 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพ่อของน้องโมโนได้เสียชีวิตแล้วและขณะนี้ศพยังอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี ยังนำศพออกมาไม่ได้ เพราะไม่มีใครไปแสดงตัวเป็นญาติ ตัวน้องโมโน ก็ถูกนำส่งบ้านพักเด็กฯ ทำให้มาโรงเรียนไม่ได้ ซึ่งระหว่างเข้าแถวหน้าโรงเรียนมีการพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย บรรดาผู้ปกครองของเด็ก ๆ พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของในโรงเรียน รวมทั้งครู ได้ช่วยกันบริจาคเงินได้จำนวนหนึ่ง เพื่อรวบรวมไปให้น้องโมโน เพื่อไว้จัดการงานศพพ่อ และได้เดินทางไปเยี่ยมน้องโมโนที่บ้านพักเด็กฯ ทำให้ทราบอีกว่าแม่ของน้องโมโน ได้เอาน้องสาวอีก 3 คน มาฝากไว้ที่บ้านเด็กฯด้วย น้องโมโนมาเจอและจำน้องได้ ทางโรงเรียนได้ประสานกับทางบ้านพักเด็กฯ เบื้องต้นแล้ว จะนำหนังสือหลักสูตรการเรียนมาให้น้องโมโนอ่าน พอถึงวันสอบจะให้พาน้องโมโนไปสอบที่โรงเรียน

เรื่องที่เกิดกับน้องโมโน ทางครูประจำชั้นและโรงเรียนไม่ทราบมาก่อน เนื่องจากน้องโมโนไม่มีพฤติการณ์บ่งบอกว่าครอบครัวมีปัญหา เพราะเป็นเด็กแจ่มใส การเรียนพอใช้ได้ ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนปกติ พ่อมาส่งมารับทุกวัน พอมาทราบเรื่องราวทั้งเพื่อน ผู้ปกครอง และครู ต่างเห็นใจน้องโมโน โดยสอบถามทราบว่าพ่อของน้องโมโนก่อนเสียชีวิตได้ป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชบุรี แต่ด้วยความรัก ห่วงลูก จึงแอบหนีจากโรงพยาบาลมาหาลูก เพื่อนอนกอดลูก แต่กลับมาเสียชีวิตขณะลูกอยู่ในอ้อมกอด

แต่ที่น่าห่วงตอนนี้คือ ยังนำศพพ่อของน้องโมโนที่อยู่ในห้องพักศพโรงพยาบาลราชบุรีออกมาบำเพ็ญกุศลไม่ได้ ทางโรงเรียนได้พยายามติดต่อญาติแล้ว ก็ไม่มีใครรับเป็นญาติ ติดต่อแม่ของน้องโมโนก็ไม่ได้ ทราบว่าไม่มีที่อยู่และไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ศพจึงยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ ซึ่งทางโรงเรียนมีเงินที่ได้จากการรวบรวมเพื่อจัดการงานศพแล้ว และประสานทางวัดช่องลมไว้แล้ว ตอนนี้ก็ยังพยายามอยู่ว่าจะทำอย่างไร ส่วนเรื่องเงินบริจาคทางโรงเรียนไม่อยากรับ แม้น้องจะมีบัญชีธนาคารของโรงเรียน เพราะเกรงว่าพอมีเงินเยอะขึ้นมาก็จะมีคนมาแสดงตัวเป็นญาติ ทำให้วุ่นวายอีก

จากนั้นผู้สื่อข่าวไปที่ร้านนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกถนนสมบูรณ์กุล เขตเทศบาลเมืองราชบุรี สถานที่ ๆ นายกฤษดา สายทินกร พ่อน้องโมโน ทำงานและอาศัยพักอยู่ด้วยกัน พบกับผู้ดูแลก็ให้รายละเอียดว่า นายกฤษดา มาทำงานที่ร้านช่วยยกของ ทำความสะอาด โทรศัพท์ตามหมอนวดเวลามีลูกค้ามานวด และอาศัยอยู่กินที่นี่กับน้องโมโน เขารักลูกมาก จะดูแลอย่างดี พักหลัง ๆ นายกฤษดา ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะมีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ น้องโมโนจึงอยู่คนเดียว นายกฤษดา จึงพยายามหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาอยู่ดูแลลูก

จนกระทั่งคืนวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้แอบออกจากโรงพยาบาลมานอนกับน้องโมโนที่ห้องนวด จนกระทั่งช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย. น้องโมโนจะไปโรงเรียนจึงปลุกเรียกพ่อ แต่พ่อไม่ยอมตื่น จึงใช้โทรศัพท์ของพ่อโทรหา น.ส.เรณู จันทร์หอม อายุ 40 ปี หมอนวดอยู่ใกล้ที่สุด รีบมาดูพบว่าน้องโมโนนั่งร้องไห้อยู่ข้างร่างของพ่อที่นอนนิ่งตัวเย็น จึงรีบโทรศัพท์แจ้งโรงพยาบาลมารับไป และมีตำรวจมาตรวจสอบพร้อมนำน้องโมโนไปด้วยมาทราบอีกทีว่าไปส่งที่บ้านพักเด็กฯ ซึ่งเวลาผ่านมา 6 วันแล้ว ก็ยังนำศพของพ่อน้องโมโนออกจากโรงพยาบาลไม่ได้

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ราชบุรี จึงทราบว่าน้องโมโนกับน้องอีก 3 คน อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ น้องโมโนไม่พร้อมจะพบใครตอนนี้ และไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มาก เพราะน้องโมโนเข้าระบบของบ้านพักเด็กฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแล้ว ตำรวจนำน้องโมโนมาส่งให้บ้านพักเด็กฯ เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางบ้านพักเด็กฯได้ดูแลในเบื้องต้นและตอนนี้น้องโมโนมีสภาพจิตใจดีขึ้น กินได้ นอนหลับ และจะประสานทางโรงเรียนเรื่องการเรียน เบื้องต้นจะนำหนังสือเรียนมาให้อ่าน และวันสอบก็จะส่งให้ไปสอบ ทางเจ้าหน้าที่ของบ้านพักเด็กฯ ยังปรึกษากันว่า หากมีการบำเพ็ญกุศลศพพ่อน้องโมโน จะนำน้องโมโนไปงานด้วย แต่ก็ยังไม่ทราบว่าสามารถนำศพออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่

บทความก่อนหน้านี้หวั่นหมอกควันลามทั่วภูมิภาค หลังไฟป่าอินโดฯปะทุหลายจุด
บทความถัดไปนายกฯผู้ดีปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้โกหกสมเด็จพระราชินีเรื่องวิกฤต ‘เบร็กซิท’