‘อัจฉริยะ’ นำลูกจ้างบุกศาลแรงงานภาค 7 ฟ้องบริษัทแปรรูปผักผลไม้ค้างค่าแรง 3 เดือน กว่า 100 ล.

ความคืบหน้ากรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ของบริษัทในเครือไวต้าฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายพืชผักและผลไม้แปรรูปเพื่อการส่งออกรายใหญ่ กว่า 300 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่ามะกา เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากถูกบริษัทค้างจ่ายค่าจ้างนาน 3 เดือน จำนวนประมาณ 20 ล้านบาทเศษ และเงินค่าวัตถุดิบอีกประมาณ 100 ล้านบาท ต่อมาบริษัทได้ทำหนังสือแจ้งว่าจะแบ่งจ่ายค่าจ้างที่ค้างให้กับลูกจ้าง 5 งวดนั้น

วันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงงานไทยและแรงงานเมียนมาจากบริษัทในเครือไวต้าฟู้ด จำกัด ประมาณ 300 คน ที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ได้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลแรงงานภาค 7 ถนนแม่น้ำแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม

ต่อมาเวลา 08.30 น. นายอัจฉริยะได้เดินทางมาถึงที่ศาล พร้อมเข้าพูดคุยกับแรงงานที่มารออยู่ก่อนแล้ว โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าตำรวจได้ทำการสกัดทุกเส้นทางเพื่อไม่ให้แรงงานทั้งหมดเดินทางเข้าไปยังกระทรวงแรงงาน จึงเดินทางมาที่ศาลแรงงานภาค 7 แทน

“ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายแรงงานบังคับ ตามมาตรา 6/1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 4-6 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ซึ่งวันนี้เราเตรียมไว้ 5 ปาก ที่จะให้เจ้าหน้าที่นิติกรศาลสอบปากคำ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเข้าข่ายกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การที่บริษัทออกมาระบุว่าจะแบ่งจ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายแรงงานเป็น 5 งวด นั้น ไม่เชื่อว่าบริษัทจะยอมจ่ายให้ตามนั้น เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหายืดเยื้อมานานมากแล้ว ที่ผ่านมา บริษัทก็มักจะรับปากเช่นนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมจ่ายอีก แม้จะมีการไปลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับบริษัทได้ แต่ก็ยังดีใจอยู่ว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ นายจ้างยอมที่จะจ่ายค่าแรงที่ค้างไว้ก่อน 2 งวด ในช่วง 3-4 วันนี้ ซึ่งยังคงเหลือค้างจ่ายอีก 4 งวด ดังนั้นก็ขอให้บริษัทจ่ายค่าจ้างที่เหลือทั้งหมด เพื่อจบปัญหา แต่หากบริษัทยังไม่ยอมจ่ายในส่วนที่เหลือ ก็จะออกมาเคลื่อนไหวบังคับใช้กฎหมายกับนายจ้างอีกจนกกว่าแรงงานจะได้รับความเป็นธรรม” นายอัจฉริยะกล่าว

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า วันนี้จะให้เจ้าหน้าที่นิติกรศาลเป็นผู้ทำคดีฟ้องศาลแรงงาน พร้อมกับเรียกนายจ้างมาพูดคุย เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการจ่ายค่าจ้างกับแรงงานเหล่านั้นต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ภาพเก่า เล่าตำนาน : ทุ่งสังหาร…มิใช่ตำนาน… แต่เป็นเรื่องจริง : โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
บทความถัดไปชัยนาทสังเวยไข้เลือดออกแล้ว 1 ศพ พบผู้ป่วยอีก 216 ราย