โจรชิงทอง 13 บาท พร้อมส่งข้อความ “ทองเป็นของร้าน ชีวิตเป็นของคุณ ไม่จำเป็นต้องฆ่ากัน” (ชมคลิป)

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 18 กันยายน พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.บ้านบึง รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองที่ร้านทองเยาวราช สาขาหนองชาก ตั้งอยู่ที่ 1/80 หมู่ 2 ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจรุดไปที่เกิดเหตุพบนายณัฐวุฒิ และนางธีรพร ศิริรัตนกุลชัย เจ้าของร้านยังอยู่ในอาการตกใจ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายสูงประมาณ 170 เซ็นติเมตร สวมเสื้อและกางเกงยีนส์ สวมหมวกแก๊ปไนกี้ และยังมีผ้าปิดปากอีกด้วย โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนัจอดไว้บริเวณข้างร้าน แล้วได้เดินทางมาสอบถามราคาทองบาทละเท่าไหร่ จึงได้ตอบราคาทองไป คนร้ายบอกว่าทองอยู่ในรถเดี๋ยวจะเอามา

หลังจากนั้นคนร้ายได้จากไปประมาณ 10 นาทีและได้เดินกลับมาพร้อมทั้งยื่นเศษกระดาษมาให้ภายในกระดาษมีข้อความว่า “อย่าส่งเสียง เอาทอง-เงินใส่ถุง ทองเป็นของร้าน ชีวิตเป็นของคุณ ไม่จำเป็นต้องฆ่ากัน” พร้อมทั้งยกปืนสั้นขึ้นมาพร้อมขึ้นลำ และส่งถุงพลาสติกให้ นอกจากนี้คนร้ายได้บอกอีกว่าเอาเส้นใหญ่ๆ จึงได้หยิบสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น และสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท 1 เส้นให้ไป ก่อนจากได้บอกว่า ” “ขอโทษจริงๆ ผมจำเป็น” แล้วเดินมองซ้ายมองขวาก่อนที่ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

พอนายณัฐวุฒิได้สติ จึงได้พยายามมองเส้นทางหลบหนีของคนร้ายพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไปทางตลาดนัดคลองถม จึงได้ขับรถตามไปพบว่าคนร้ายแวะที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อเปลี่ยนหมวดแก๊ปเป็นหมวกกันน็อคเต็มใบ แล้วขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าเข้าสี่แยกบ้านบึงพัฒนาขึ้นถนนสาย 331 เลี้ยวเข้าสุสานมังกรในเขตเทศบาลเมืองบ้านบึง และไม่ได้ติดตามต่อหรือแจ้งตำรวจเพราะลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ร้านทอง ภายหลังตำรวจรับแจ้งเหตุแล้ว จึงได้พยายามสกัดจับแต่ยังไม่พบเบาะแสเส้นทางหลบหนีของคนร้ายแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า คนร้ายใจเย็นมาก ช่วงแรกมีคนมาซื้อทอง จึงได้เดินผ่านไป พอเห็นว่าปลอดคนก็เดินมาถามเรื่องทอง 1 บาทราคาเท่าไหร่ หลังจากนั้นได้จากไปบอกว่าจะไปเอาที่รถ กลับมาอีกครั้งพร้อมทั้งยื่นกระดาษให้ ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้หยิบทองให้ไปทั้งหมด 13 บาท จึงอยากให้ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย ส่วนการป้องกันการชิงทองนั้นทางร้านคงต้องหามาตรการในการป้องกันเอาเอง

บทความก่อนหน้านี้ชาวเน็ตแห่ยินดี “สมเสร็จ” สัตว์ป่าสงวนหายาก เดินโชว์หน้ากล้องดักถ่ายที่อุทยานลำคลองงู
บทความถัดไป“ฤทธิ์พายุหมุน” พัดต้นไม้หักทับกุฎิพระพังเสียหาย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ