‘ธนาธร’ อัดปมสร้างท่าเรือทำวิถีชีวิตชาวประมงพัง ผู้นำกลุ่มพ้อ ถมทะเล 3 พันไร่ระบบนิเวศเสียทั้งหมด

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ศูนย์การค้าแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดปาฐกถาหัวข้อ “ระบบการเมืองแบบไหนที่ตอบสนองชีวิตและการพัฒนาภาคตะวันออก” จัดโดยฝ่ายค้านเพื่อประชาชน สัญจรที่ จ.ชลบุรี โดยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมรับฟังประมาณ 500 คน ทั้งนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงการพัฒนาโครงการอีอีซี โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งและผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งการสร้างท่าเรือเฟส 3 และเฟส 4 ว่า การเกิดโครงการอีอีซีมาจากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นการยึดอำนาจจากประชาชน การที่ท่าเรือแหลมฉบังมีการก่อสร้างท่าเรือเฟส 3 รวมทั้งก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันซึ่งมีการถมทะเลกว่า 3,000 ไร่นั้น ปรากฏว่าได้ทำให้วิถีชีวิตของชาวประมงเสียไป ส่งผลให้ประชาชนไม่มีที่ทำกิน โดยผลพวงมาจากรัฐบาลที่ไม่มีตัวแทนภาคประชาชน นอกจากนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็แต่งตั้งมาจากการรัฐประหารอีก ทำให้ภาคประชาชนไม่มีส่วนร่วม ที่สำคัญการทำโครงการต่างๆ ไม่มีข้อมูลจากประชาชนอีกด้วย

นายธนาธรกล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งที่ประชาชนเป็นผู้เสียภาษี แต่ไม่มีอำนาจเรียกร้อง จึงจะต้องสร้างประชาธิปไตยขึ้นมา ที่ผ่านมามีการกุมอำนาจแต่เพียงผู้เดียว และยังต้องการสืบทอดอำนาจให้ยาวนานอีกด้วย สำหรับโครงการอีอีซีที่เกิดขึ้นนั้นไม่เห็นหัวประชาชน แม้ว่าจะเรียกร้องเท่าใดก็ตาม หากต้องการให้เกิดการพัฒนาเพื่อลูกหลานของตนเอง ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ซึ่ง 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้านจะทำไม่ได้ ประชาชนต้องลุกขึ้นมาช่วยกันต่อสู้ เพื่อให้สิทธิเสรีภาพกลับมา และไม่ยอมจำนนต่อภาครัฐ ขอชักชวนประชาชนอย่าหมดหวัง เดินหน้าร่วมกันเพื่อเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ซึ่งต้องมาจากระบอบประชาธิปไตย

นายรังสรรค์ สมบูรณ์ อายุ 50 ปี ประธานกลุ่มประมงต้นแบบบ้านบางละมุง กล่าวว่า โครงการของรัฐบาลนั้นไม่ได้ต่อต้านหรือคัดค้าน แต่อยากให้ฟังเสียงประชาชนบ้าง เมื่อประชาชนเรียกร้องอะไร อยากให้มีตัวแทนของรัฐบาลมารับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เสนอไปให้ เพราะเคยเสนอข้อมูลให้ฝ่ายรัฐบาลไปแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง และไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาล ก็ต้องยอมรับว่าการสร้างท่าเรือเฟส 3 และเฟส 4 มาทางอ่าวบางละมุงมีการทำลายวิถีชีวิตของชาวประมง

“ทุกวันนี้ชาวบ้านบ้านบางละมุงได้มีการเลี้ยงหอยแมลงภู่ มีรายได้ปีละเกือบ 200 ล้านบาท เมื่อมีการสร้างท่าเรือ รายได้ของชาวประมงหายไปทั้งหมด รวมทั้งยังออกเรือหาปูหาปลาไม่ได้ แล้วรัฐบาลจะชดเชยในส่วนนี้อย่างไร ซึ่งไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านโครงการ แต่จะทำอย่างไรเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น วิถีชีวิตของชาวประมงจะหายไปทั้งหมด” นายรังสรรค์กล่าว

และว่า นอกจากนี้การสร้างโรงกลั่นน้ำมัน รวมทั้งการเก็บสารปิโตรเคมี โดยจะมีการถมทะเลลงไป 3,000 ไร่ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร บริเวณหมู่บ้านแหลมฉบัง อะไรจะเกิดขึ้น ระบบนิเวศจะเสียไปทั้งหมด วิถีชุมชนก็หายไปด้วย แล้วใครจะรับผิดชอบ ตนอยากให้รัฐบาลหันมาฟังความต้องการของประชาชนบ้างว่า พวกเขาต้องการอะไร ไม่ใช่เอาแต่โครงการมาให้ ที่สำคัญถมทะเลระยะทาง 5 กิโลเมตร ยังไม่รู้ว่าจะเอาหินมาจากที่ไหน ถึงแม้ว่าจะเอาหินเกาะสีชังมาทั้งเกาะยังไม่สามารถสร้างได้เลย ทุกวันนี้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวมีแต่ความหวาดระแวง ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม้กระทั่งผู้นำในชุมชนยังเข้าข้างนายทุนเลย แล้วชาวบ้านจะอยู่อย่างไร

บทความก่อนหน้านี้‘อันแดร์สัน’ อดีตแข้งผีประกาศแขวนสตั๊ดแล้วในวัย 31 ปี
บทความถัดไป‘สเปอร์ส’ อ่อนยวบต่ออีกนัดบุกพ่าย ‘เลสเตอร์’ 2-1