สุดสลด! พ่อแม่ร่ำไห้รับศพ 13 นักศึกษาเหยื่ออุบัติเหตุ ถึงบ้านเกิดศรีสะเกษ

13 ศพนักศึกษาถึงบ้านเกิดจ.ศรีสะเกษแล้ว พ่อแม่ร่ำไห้รับศพ สุดรันทด พ่อเผยเป็นลูกคนเดียวเตรียมกลับบ้านแล้วแต่ต้องมาเสียชีวิต ขณะที่ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษเผยเตรียมประสานประกันภัยจ่ายเบื้องต้นศพละ 100,000 บาท

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 30 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ นายบุญประสงค์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศรีสะเกษ ได้ไปต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ขบวนรถของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่รับศพนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จำนวน 13 ศพ จาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตทั้งหมดมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด โดยมีบรรดาพ่อแม่ ญาติพี่น้องพากันร่ำไห้รับศพลูกหลานของตนเอง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลดเป็นอย่างมาก ซึ่ง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษได้นำเอาพวงมาลัยสีขาวไปวางบนโลงศพทุกโลงของลูกศิษย์ที่เสียชีวิต พร้อมทั้งบอกว่าครูและพ่อแม่ ญาติพี่น้องมารับลูกกลับบ้านเราแล้ว

จากนั้น รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ได้หารือกับคณะมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเกี่ยวกับการส่งศพผู้เสียชีวิต ซึ่งตกลงกันว่าทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะส่งศพไปจนถึงบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต โดยมีรถของมูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถานนำทางไปส่งทุกแห่ง สำหรับศพผู้เสียชีวิตมีจำนวน 13 ศพ โดยจะแยกไปส่งที่ อ.ค้อวัง จ.ยโสธร จำนวน 2 ศพ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จำนวน 1 ศพ นอกนั้นอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของ จ.ศรีสะเกษ และยังมีนักศึกษาที่บาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย คือ นายอภิสิทธิ์ ถาวร ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สิรินธรอ่อนนุช กรุงเทพฯ

 

และเป็นภาพที่เศร้าใจแก่ผู้ที่พบเห็นในเหตุการณ์เป็นอย่างมากที่นางภัทรวรรณ ชนกเนตร แม่ของนายเทียนชัย ชนกเนตร ชาวบ้านหนองระเยียว ต.โนนปูน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ได้ยืนเกาะรถบรรทุกศพของลูกชายร่ำไห้อย่างน่าเวทนาด้วยความเศร้าโศกเสียใจสุดขีดต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของลูกชายที่รักมาก

 

นางภัทรวรรณ ชนกเนตร อายุ 48 ปี แม่ของนายเทียนชัย ชนกเนตร ที่เสียชีวิต กล่าวว่า “แม่มารับลูกกลับบ้านเราแล้วนะ แม่ไม่คิดว่าลูกต้องกลับมาในสภาพแบบนี้ หนุ่มคือความหวังของพ่อแม่ที่ส่งเสียให้เล่าเรียนวิชาชีพ เพื่อจะได้เป็นคนดีของครอบครัวและประเทศชาติ แต่ต้องมาเสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน หนุ่มเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนหนังสือ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ แต่รักเพื่อนฝูง ไม่ขัดใจเพื่อน หากว่าหนุ่มไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อน คงไม่ต้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างน่าอนาถแบบนี้ หนุ่มเป็นลูกคนที่ 2 ของตน และตั้งใจว่าจะตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน จึงจะประกอบพิธีฌาปนกิจต่อไป”

 

นายณรงค์ มาเสมอ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 3 ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พ่อของนายศุภวัฒน์ มาเสมอ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่ามันรวดเร็วมาก ก่อนเกิดเหตุ ศุภวัฒน์โทรศัพท์มาบอกแม่และยายว่าเก็บของเรียบร้อยแล้ว และจะเดินทางกลับมาถึงบ้านในวันที่ 2 ต.ค.62 เพราะฝึกงานเสร็จแล้ว ซึ่งก่อนที่จะออกไปเที่ยวกับเพื่อน พี่ชายก็ได้โทรศัพท์ไปห้ามปรามแล้ว บอกว่าไม่ควรออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่ว่าศุภวัฒน์ซึ่งเป็นลูกคนเดียวของตน มีนิสัยรักเพื่อน ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะว่าขัดเพื่อนไม่ได้ ทั้งที่ไม่ใช่คนกินเหล้า สูบบุหรี่ ตั้งใจเรียนมาโดยตลอด ทำให้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ ตนจะตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน ก็จะประกอบพิธีฌาปนกิจศพ

 

ทางด้าน นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นขั้นตอนของการส่งศพนักศึกษาที่เสียชีวิตกลับบ้านเกิด ซึ่งตนต้องขอขอบคุณ จ.ศรีสะเกษ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่กรุณาส่งศพลูกศิษย์ของตนกลับมาถึงบ้าน โดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และในวันที่ 30 ต.ค.62 เวลา 10.30 น.นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะมาประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งประกันภัย สาธารณสุข เพื่อหาทางเยียวยาพ่อแม่ ผู้ปกครองของนักศึกษาที่เสียชีวิตให้ดีที่สุด ในส่วนของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ประกันชีวิตของนักศึกษาทั้งหมดเอาไว้แล้ว โดยจะได้รับเงินสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต รายละ 100,000 บาท อีกทั้งจะได้รับความกรุณาจากคณะผู้บริหารอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศที่จะได้ร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อให้การช่วยเหลือแก่ครอบครัวนักศึกษาที่เสียชีวิตในครั้งนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รองผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศอียิปต์ รับปากเร่งติดตามเรื่อง นศ.ไทยที่ถูกทางการอียิปต์จับกุมตัว
บทความถัดไปนุ้ย สุจิรา เรียกร้อง ‘ท่านคะท่าน’ ช่วยแก้ป้ญหาค่าฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน