‘เชียงคาน’ พบผ้าพระบฏผืนใหญ่ เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย คาดสร้างสมัย ร.5

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชพงษ์ อาจแก้ว นายอำเภอเชียงคาน จ.เลย พร้อมด้วยคณะทำงานศึกษากลั่นกรองประวัติและความเป็นมาของเมืองเชียงคาน ประกอบด้วย นายสมชาย คำพิมพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” นายธีระวัฒน์ แสนคำ อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เลย และนายธัชกร อ้วนแก้ว เข้าตรวจสอบผ้าพระบฏภายในโบสถ์วัดมหาธาตุ อ.เชียงคาน หลังได้รับแจ้งพบผ้ามีรอยพระพุทธบาท 4 รอย สร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25

จากการตรวจสอบ พบหีบไม้โบราณ ด้านในพบผ้าขาวมีสภาพเก่ามีภาพวาดรอยพระพุทธบาท 4 รอยซ้อนกัน บนผืนผ้าขาวที่ทอจากเส้นฝ้าย นอกจากนี้ ยังมีภาพเขาพระสุเมรุ แวดล้อมด้วยเขาสัตบริภัณฑ์ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ทวีปทั้ง 4 มีภาพพระสาวกและเทวดาประกฏอยู่ด้วย ภาพส่วนใหญ่ลงเส้นด้วยสีดำ ระบายด้วยสีแดงและสีฟ้าเป็นหลัก ด้านล่างผืนผ้ามีข้อความเขียนด้วยผ้าพระบฏผืนนี้มีความยาว 7.20 เมตร กว้าง 2.60 เมตร เชื่อว่าเป็นผ้าพระบฏรูปรอยพระพุทธบาท 4 รอย ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเท่าที่เคยพบมา ผ้าพระบฏนี้เดิมเชื่อว่า อาจใช้เเขวนบูชาอยู่ภายในวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่ชุมชนเมืองเชียงคาน คาดผืนผ้านี้อาจชำรุดจึงถูกนำมาม้วนเก็บไว้ในหีบไม้ภายในโบสถ์วัดมหาธาตุ แต่จะถูกนำมาเก็บไว้ตั้งเเต่เมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐาน จากการสอบถามพระอธิการประจักษ์ สุเมโธ เจ้าอาวาส และคณะกรรมการวัดชุดปัจจุบัน ต่างก็ไม่ทราบว่าภายในวัดมีผ้าพระบฏดังกล่าว

สำหรับ พระบฏ คือ ผืนผ้าที่มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น และแขวนไว้เพื่อบูชา คำว่า บฏ มาจากคำในภาษาบาลีว่า ปฏ แปลว่า ผ้าทอ หรือผืนผ้า ส่วนมากเป็นผ้าแถบยาว มีวาดภาพพระพุทธเจ้า นิยมแขวนไว้ในสถานที่จัดพิธีกรรมในพุทธศาสนา ใช้แทนที่พระพุทธรูป เพื่อเป็นที่เคารพบูชา

นายธีระวัฒน์กล่าวว่า ผ้าพระบฏรอยพระพุทธบาท 4 รอยนี้ เป็นงานศิลปกรรมที่ผสมผสานทั้งศิลปะพื้นบ้านล้านนา ศิลปะอย่างราชสำนักสยาม และศิลปะท้องถิ่น เมื่อพิจารณาจากภาพวาดและการวางองค์ประกอบของภาพในผ้าพระบฏ สันนิษฐานว่าผ้าพระบฏนี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 หรือในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองเชียงคานเริ่มมีขุนนางที่ราชสำนักกรุงเทพฯ ส่งมาช่วยเจ้าเมืองปกครอง มีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และมีกลุ่มคนจากบ้านเมืองต่างๆ เข้ามาติดต่อค้าขายเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี หากมีการอ่านและปริวรรตข้อความอักษรธรรมที่ปรากฏอยู่ด้านล่างแผ่นผ้า อาจทำให้ทราบข้อมูลการสร้างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

พระอธิการประจักษ์ สุเมโธ เจ้าอาวาส กล่าวว่า ผ้าพระบฏนี้ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดเลย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเชียงคาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่อ อัตลักษณ์และพลวัตทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง หากผ้าพระบฏนี้ได้รับการอนุรักษ์และจัดเเสดงให้ประชาชนทั่วไปสามารถชมได้ คงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ด้านนายชัชพงษ์กล่าวว่า การค้นพบผ้าพระบฏที่วัดมหาธาตุในครั้งนี้ ถือเป็นการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งของ อ.เชียงคาน ที่จะทำให้ทราบความเป็นมา และตัวตนของชาวเชียงคานมากยิ่งขึ้น ต่อจากนี้อำเภอเชียงคานคงจะได้ร่วมกับทางวัดมหาธาตุ นักวิชาการและชุมชน ตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาและอนุรักษ์ผ้าพระบฏวัดมหาธาตุ แลประสานงานกับทางกรมศิลปากรเพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยในการอนุรักษ์ตามหลักวิชาการโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อไป

 

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านทับสะแกข้องใจกรมเจ้าท่าใช้งบ 60 ล้าน สร้างเขื่อนกันคลื่นนานเกือบ 3 ปี ‘ไม่คืบหน้า’
บทความถัดไปกรุงไทยยันระบบ ‘ชิมช้อปใช้’ ไม่ได้ล่ม-ลงทะเบียนวันนี้ ครบ 1 ล้านตั้งแต่ตี 3