เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 กันยายน ศาลจังหวัดขอนแก่นวันนัดพิจารณา หมายเลขดำที่ อ.1957/ 60 อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดี น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยวและพวกรวม 5 คน ฆ่าหั่นศพน.ส.วริศรากลุ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ก่อนนำศพไปฝั่งอำพรางที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2560 ที่บ้านโนนสง่า หมู่ 9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยศาลขอนแก่นเบิกตัวเฉพาะนายวศิน นามพรม หรือ นิว ส่วนเปรี้ยว เอิร์น และแจ้ ถูกขังอยู่ที่เรือนจำคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่ง ศาลจังหวัดสีคิ้วได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยทั้ง 3 ฟังแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17ก.ย.ที่ผ่านมา โดยศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ พิพากษา เปรี้ยว, เอิร์น, แจ้ จำคุกตลอดชีวิต แต่ผู้ต้องหาสารภาพ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ เปรี้ยว, เอิร์น จำคุก 34 ปี 6 เดือน, แจ้ จำคุก 33 ปี 9 เดือน
ทั้งนี้นายวศิน ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วไม่มีพยานเบิกความถึงพฤติการณ์ในการร่วมกันฆ่า แต่พฤติการณ์เป็นผู้ขับขี่รถไปซื้อปูนจึงเป็นการช่วยสนับสนุน จำคุกนายวศิน 33 ปี 4 เดือน ผู้ต้องหาสารภาพจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ลงโทษจำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน แต่ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นพฤติการณ์รู้เห็น และมีส่วนร่วมกันฆ่า จึงให้จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ จำคุก 34 ปี 6 เดือน โดยนายวศิน จะถูกนำไปคุมขังที่เรือนจำคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาต่อไป
นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่าวันนี้ศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยเบิกตัวมาฟังจะเป็นจำเลยที่ 4 คือนายวศินนามพรม หรือ นิว ส่วนจำเลยที่ 1 น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 2 น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และจำเลยที่ 5 น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำคลองไผ่ จ.นครราชสีมา และศาลได้ส่งไปให้ที่เรือนจำจังหวัดสีคิ้วอ่านแทนศาลจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562
ในเนื้อหาที่อ่านวันนี้จะมีทางฝ่ายโจทก์คืออัยการและโจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ก็ยื่นอุทธรณ์ เช่นกัน ทางโจทก์ แล้วโจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์ให้เข้ามาตรากฎหมายอาญามาตรา 289 เรื่องไตร่ตรองฆ่าและยื่นอุทธรณ์ในประเด็นว่าไม่ใช่ผู้สนับสนุนแต่เป็นตัวการร่วมในการฆ่าน้องแอ๋มศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาว่าอุทธรณ์ของโจทก์และอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมฟังขึ้นบางส่วนส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ฟังขึ้นก็พิพากษาให้เพิ่มโทษ จำเลยที่ 4 คือนายวศิน เดิมที่ลงโทษในฐานะผู้สนับสนุนแก้ไขเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดโดยลงโทษจำคุก 34 ปี 6 เดือนเท่ากับจำเลยที่ 1 เปรี้ยวจำเลยที่ 2 เอิร์นส่วนจำเลยที่ 5 แจ้ ลงโทษจำคุก 33 ปี 9 เดือนเพราะตัวแจ้โดน ถูกยกฟ้องเรื่องคดีลักทรัพย์ไม่มีคดีลักทรัพย์แต่ไปเพิ่มในคดีเสพยา
นายนพดล สีดาทัน ทนายโจทก์ร่วม กล่าวต่อว่า ทางโจทก์หรือจำเลยที่สามารถฎีกาได้ประมาณ 30 วันนับจากวันนี้ผมได้ปรึกษากับทางครอบครัวของผู้ตายอีกครั้งหนึ่งว่าจะยื่นฎีกาคดีหรือไม่ซึ่งศาลให้เหตุผลในการเพิ่มโทษวศินใช้เหตุผลว่าจากการที่ทางโจทก์และโจทก์ร่วมได้อุทธรณ์ว่าในการที่ฆ่าน้องแอ๋มครั้งนี้เป็นขั้นตอนมีการแบ่งหน้าที่กันเป็นขั้นตอนโดยจำเลยที่ 4 เป็นผู้ขับรถ ถ้าเกิดว่าไม่มีผู้ขับรถและไม่ได้ร่วมในการกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในรถ น้องแอ๋มก็จะไม่ถูกฆ่าก็ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่ขับรถพาไปสถานที่ต่างๆ และที่ศาลไม่รับฟังอุทธรณ์ของจำเลยสรุปว่า ไม่มีใครห้ามใครในระหว่างที่ที่ตอนเช้าที่มาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับการฆ่าสรุปว่าไม่มีการโต้แย้งกันในการเสียชีวิตในการขาดอากาศหายใจจากถุงดำ
ในส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้นยืนตามเดิมว่าศาลชั้นต้นได้สั่งให้ชดใช้ 1 ล้าน 7 หมื่นบาท ให้ครอบครัวน.ส.แอ๋มผมก็จะได้ตามเรื่องของค่าเสียหายด้วยซึ่งค่าเสียหาย คือจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ส่วนจำเลยที่ 3 น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรมคุณ เขาติดข้อหาเดียวคือรับของโจรจะไม่ได้จ่ายค่าเสียหาย ซึ่งสถานะของเบนซ์ตอนนี้จบไปแล้วซึ่งทางเบนซ์ไม่ได้มีการอุทธรณ์ โดยโดนจำคุกแค่ปีเดียว
“สรุปคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 4 คดีนางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยวและพวก 5 คน ฆ่าหั่นศพนางสาวริศรากลุ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมาศาลจังหวัดสีคิ้วอ่านแทนศาลจังหวัดขอนแก่น จำเลยที่ 1(น.ส.เปรี้ยว) ลงโทษจำคุก 34 ปี 6 เดือน (เท่าเดิม) จำเลยที่ 2 (น.ส.เอิร์น) ลงโทษจำคุก 34 ปี 6 เดือน (เท่าเดิม) จำเลยที่ 5 (น.ส.แจ้) ลงโทษจำคุก 33 ปี 9 เดือน (เท่าเดิม) ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 วินิจฉัยว่า “อุทธรณ์ของโจทก์และโจทก์ร่วม ฟังขึ้นบางส่วน /อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1,2,4,5 ฟังไม่ขึ้น และในวันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านของจำเลยที่ 4 (นายวศิน)ลงโทษเพิ่มเติมเป็นจำคุก 34 ปี 6 เดือน จากเดิม 23 ปี 4 เดือน 20 วัน” นายนพดล กล่าว

