เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุแย่งชิงตัวผู้ต้องหาทำผิดกฎหมายประมงจริง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่า มีเรือคราดหอยไปคราดอยู่ในชายฝั่งอ่าวปากนคร ซึ่งเป็นเขตบ้านปลานครแนวเขตอนุรักษ์ของชุมชน ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แจ้งไปยังหน่วยเรือตรวจการณ์ประมง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เข้าไปตรวจสอบ พบว่า เรือประมงที่ทำผิดกฎหมายได้หนีไปแล้วโดยแยกย้ายเข้าไปในคลองสายต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ 1 ลำ โดยมีผู้ต้องหา 2 คน คนหนึ่งได้กระโดดหนีลงน้ำไป เหลือ 1 คน ทราบชื่อ นายสุวรรณรัตน์ ยิ่งบุรุษ ชาวบ้าน ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงได้นำตัวมาไว้ที่เรือเจ้าหน้าที่ จากนั้นจึงลากเรือของกลางออกมาจากที่เกิดเหตุ
ในเรือตรวจการณ์ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ 5 คน และนั่งในเรือหางยาวที่เป็นของกลางอยู่ 2 คน เพื่อลากไปยังที่ตั้งของหน่วยตรวจการณ์ ที่ อ.ปากพนัง เพื่อเอาเรือไปเก็บรักษาเอาไว้ พร้อมส่งผู้ต้องหาให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ระหว่างลากมา ได้มีเรือประมงลำที่หนีไปได้กลับมายังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชาวบ้านและอาวุธครบมือ มาทำการปิดล้อมเรือตรวจการฯลำดังกล่าว แย่งชิงตัวผู้ต้องหา พร้อมด้วยเรือของกลางไปด้วย
ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนท.จึงต้องปล่อยให้เอาตัวผู้ต้องหาไปโดยไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง เกิดเหตุการณ์ทำร้ายกันได้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีปืนก็ไม่สามารถจะทำอันตรายชาวบ้านได้ทั้งๆที่ชาวบ้านถืออาวุธมาพร้อมต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ก็ตาม
เมื่อถามว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เคยมีก่อนหน้านี้หรือไม่ว่า นายพรศักดิ์กล่าวว่า เคยเกิดมาหลายครั้งแล้ว ถามว่าครั้งก่อนๆเกิดในเวลากลางคืน เราไม่สามารถถ่ายรูปที่ชัดเจนเอาไว้เป็นหลักฐานได้ ซึ่งผิดกับครั้งนี้เรามีหลักฐานเป็นรูปภาพไว้อย่างชัดเจนและสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ กลุ่มประมงทำผิดกฎหมายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มหัวโจก เป็นอันธพาลไม่ยอมเลิกเครื่องมือผิดกฎหมายดังกล่าว และเขตที่ไปลากก็เป็นเขตที่ชาวบ้านสามารถไปงมหอยได้ในช่วงน้ำลด พอช่วงน้ำขึ้นเรือประมงดังกล่าวก็ไปคราดหอย
หากถามว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ต้องร่วมกันทุกฝ่ายทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่อื่นๆที่ร่วมมือกันสามารถแก้ปัญหาได้ เหลือแต่ในพื้นที่ปากนครที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เรื่องจากมีกลุ่มหัวโจกหลายคน มีกลุ่มนักการเมืองให้การสนับสนุนเข้าข้างทำให้กลุ่มนี้เกิดเหิมเกริมขึ้นในที่สุด
สำหรับการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ใช้เครื่องมือคราดหอยทำการประมงชายฝั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต, การแย่งชิงของกลางและผู้ต้องหาโดยใช้กำลังและอาวุธเข้าช่วงชิง ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำงานแก้ปัญหาเรื่องประมงถึงขั้นมีการวิ่งเต้นให้ตนย้ายออกจากพื้นที่ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง เพราะเรือประมงที่เข้ามาคราดหอยมิใช่กลุ่มเรือประมงชายฝั่ง เป็นเรือหางยาวจริงและมีการดัดแปลงแต่งเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเครื่องมือที่ใช้ในการทำประมงที่ผิดกฎหมาย หลักฐานมีอย่างชัดเจน

