หน้าแรก ภูมิภาค แกนนำเครือข่า...

แกนนำเครือข่ายมะพร้าวประจวบฯ แฉจนท.รัฐ โทรล็อบบี้งดเคลื่อนไหวหน้าทำเนียบ7ตค.นี้

5.10.19 | 10:50 น.

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือข่ายชาวสวนฯพร้อมเดินทางไปร่วมแสดงพลังที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ เดินทางโดยเหมาโบกี้รถไฟสายใต้ในวันที่ 6 ตุลาคม จากนั้นจะร่วมกับเครือข่ายสมัชชาคนจนทั่วประเทศ เรียกร้องขอความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าเกษตร ปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหา

สำหรับชาวบ้านจากเครือข่ายมะพร้าวประจวบฯได้นำเครื่องขยายเสียง ป้ายผ้ามีข้อความคัดค้านการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ จากนั้นจะพบกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อประจานความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไม่ได้จริงใจในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำและปัญหาหนอนหัวดำระบาดในสวนมะพร้าวที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากเครือข่ายยื่นหนังสือตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมและวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับฟังความเห็นแล้วนำไปออกกฎกระทรวง แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

“ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานพยายามแจ้งประสานงานเชิญผมไปเจรจาที่สำนักเศรษฐกิจการเกษตร ( สศก. ) ผมขอร้องอย่าโทรมาอีก รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านมวลชนไม่ควรติดต่อมา เพราะที่ผ่านมาเครือข่ายให้เวลากับรัฐบาลนานหลายเดือนแล้ว

ดังนั้นอย่ากลัวความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน อย่าคิดว่าเป็นมิติทางการเมืองเพียงเรื่องเดียว ผมยืนยันว่าได้นัดกับรองนายกจุรินทร์ไว้แล้วที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเปิดเจรจาร่วมกับกลุ่มสมัชชาคนจนให้ได้ข้อยุติทุกประเด็น หากยังไม่มีข้อยุติต้องมีการนอนปักหลักพักค้างอย่างแน่นอน

สำหรับข้อเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคามะพร้าวและการกำหนดมาตรการควบคุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 กระทรวงว่าหนังสือที่ยื่นถึงรัฐมนตรีอยู่ขั้นตอนที่รัฐมนตรีรับทราบแล้วหรือไม่ ผมพร้อมไปพูดความจริงให้รัฐมนตรีรับทราบว่าที่ผ่านมาความล้มเหลวในการแก้ปัญหามะพร้าวใครควรรับผิดชอบ” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

Advertisement

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าว สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงอนุกรรมการบริหารจัดการสินค้ามะพร้าว และคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อขอให้ทบทวนการนำเข้ามะพร้าวนอกในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2562 ปริมาณ 72,280 ตัน หรือ 60 ล้านผลในกรอบ อาฟต้า อัตราภาษี 0% หลังจากรัฐบาลไม่ได้อนุญาตให้นำเข้าตั้งแต่เดือนมกราคม 2561

ขณะที่หลายฝ่ายยืนยันว่าผลผลิตในประเทศยังมีเพียงพอในการบริโภคและใช้แปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งตามปกติผู้ประกอบการโรงงานกะทิ สามารถนำมะพร้าวหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแปรรูปได้ตามกรอบดับเบิ้ลยูทีโอ เสียภาษีนำเข้า 54% แต่ขอคืนภาษีได้หลังจากส่งออก