นาที ‘เอื้อง’ แม่เสือโคร่งหม่ำซากวัวแดง ความสมบูรณ์แห่งผืนป่าห้วยขาแข้ง (คลิป)

8.10.19 | 11:16 น.

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปเสือโคร่งกำลังกินเนื้อลูกวัวแดง ตามหลักห่วงโซ่อาหารในป่าห้วยขาแข้ง โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) สามารถบันทึกไว้ได้ ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นเสือโคร่งกำลังกินซากวัวแดงหายไปครึ่งท่อน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2562

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เปิดเผยว่า ตอนนั้นได้รับแจ้งจากนายปรีดา พิมคีรี ชาว ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ว่าได้เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทับเสลา-ป่าห้วยคอกควาย (พื้นที่เตรียมการผนวก) ท้องที่ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี แล้วพบเห็นซากวัวแดง 1 ตัว อยู่ในสภาพตัวเหลือครึ่งท่อน ห่างจากบ้านพักของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งประมาณ 2 กิโลเมตร นายปรีดาจึงได้รีบวิ่งหน้าตื่นออกมาจากป่าเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบซากวัวแดงดังกล่าว

นายธนิตย์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับนายธานี วงศ์นาค เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และทีมวิจัยเสือโคร่ง นำโดย ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ พบว่า จุดที่พบซากวัวแดงอยู่ที่พิกัด UTM 0540429E 1723004N รอยต่อระหว่าง จ.นครสวรรค์ และ จ.อุทัยธานี เป็นวัวแดงเพศเมีย มีร่องรอยถูกเสือโคร่งกินตั้งแต่บริเวณตรงส่วนของสะโพกไปจนถึงท่อนหลัง รวมทั้งตรงส่วนของลำไส้ เครื่องในถูกแทะกัดกิน จากการตรวจสอบโดยรอบบริเวณใกล้เคียงซากยังตรวจพบรอยเท้าเสือโคร่งและรอยลาก แต่ไม่พบร่องรอยกระสุนปืน หรือร่องรอยที่เกิดจากการกระทำของคนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจสอบ ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทำการศึกษาวิจัยเรื่องเสือโคร่ง เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นการล่าวัวแดงของเสือโคร่งเพศเมีย ที่ล่าเพื่อเป็นอาหาร สังเกตได้จากการพบรอยเขี้ยวและรอยอุ้งเท้า ขนาด 7.5 ซม. และ 6.0 ซม คาดว่าน่าจะมี 2 ตัว เป็นแม่และลูกกัน ส่วนวัวแดงเป็นชนิดเหยื่ออาหารหลักของเสือโคร่ง ดังนั้น การล่าวัวแดงของเสือโคร่งที่พบในครั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ และเป็นการล่าที่ใช้ประโยชน์ตามระบบพีระมิดอาหาร ไม่ทำให้วัวแดงสูญพันธุ์แต่อย่างใด

Advertisement

ด้าน ดร.อัจฉราและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ลงความเห็นร่วมกันว่า ควรจะทิ้งซากวัวแดงเอาไว้ในบริเวณพื้นที่ที่ตรวจพบ เพื่อรอให้เป็นเหยื่อของเสือโคร่งต่อ โดยมีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพไว้ใกล้กับจุดที่พบซากวัว เพื่อเก็บข้อมูลเชิงวิชาการ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการใช้เป็นข้อมูลเชิงลึก และนำไปใช้วางแผนจัดการสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งให้เป็นไปตามหลักวิชาการต่อไป

“ผลปรากฏว่า หลังจากตั้งกล้องแอบถ่ายไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง กล้องสามารถบันทึกภาพได้ว่ามีเสือโคร่งตัวหนึ่งเข้ามาลากซากวัวแดงไปกินต่อ ทำให้รู้ว่าเป็นฝีมือของเสือโคร่งเพศเมีย ชื่อเอื้อง ที่ทีมวิจัยได้เคยนำเครื่องติดตามไปติดไว้ที่คอ เพื่อติดตามศึกษาชีวิตของพวกมัน โดยภาพที่กล้องสามารถบันทึกภาพได้ในเวลาต่อมานั้น เป็นภาพที่เสือเอื้องได้ลากซากวัวแดงไปให้ลูกของมันอีก 3 ตัว ได้กินภายในป่า เผยให้เห็นปรากฏการณ์ห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติของสัตว์ป่าภายในป่าห้วยขาแข้งแห่งนี้”