ความคืบหน้าเหตุโศกนาฏกรรมช้างป่ารวม 11 ตัว พลัดตกน้ำตกเหวนรก ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และมีความสูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก ความสูงประมาณ 80 เมตรเศษ และรอดตาย 2 ตัว ซึ่งทีมเก็บกู้ซากช้างป่า ที่พบในน้ำตกเหวนรกชั้นที่ 5 ได้เดินทางออกจากท่าเรือเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ขึ้นไปทางต้นน้ำล่องเรือเข้าคลองต้นไทร ระยะทางกว่า 6 กิโลเมตรเศษ จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีกกว่า 2.8 กิโลเมตร ระหว่างทางมีฝนตกหนัก และแรงน้ำจากเหวนรก โดยทีมเก็บกู้ได้เดินเท้าจากปลายน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล ตัดผ่านโค้งจุดต้นไทร ขึ้นเนินเขา พบซากช้าง 2 ตัว โดยทีมเก็บกู้สามารถเข้าไปจนถึงเป้าหมายซากช้างตัวที่ 1 และซากช้างตัวที่ 2 ได้สำเร็จเมื่อเวลา 10.30 น.แต่ยังไม่สามารถเก็บกู้ได้ เนื่องจากฝนตกหนัก ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อความปลอดภัย จึงปรับแผนใหม่อีกครั้งนั้น
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมหน่วยกู้ภัยเริ่มดำเนินการใช้เลื่อยยนต์ชำแหละซากช้าง โดยตัดอวัยวะประกอบด้วย งวง หู 2 ข้าง หาง และขาได้ 3 ขา จากนั้นบรรจุชิ้นส่วนซากช้างที่ชำแหละออกมาใส่ถุงดำ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงใกล้ค่ำ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำอวัยวะช้างที่ชำแหละแล้วให้ลอยลงมาที่บริเวณตาข่ายชั้นแรก เพื่อรอผลการชำแหละซากช้างได้ครบ จึงจะลำเลียงลงมาที่ปลายเขื่อน เจ้าหน้าที่อีก 1 ชุด เดินไปสำรวจซากช้างอีกประมาณ 100 เมตร พบซากช้างตัวที่ 3, 4, 5 ที่อยู่ไล่เลียงกันขึ้นไปด้านบน โดยช้างแต่ละตัวมีสภาพขึ้นอืด และส่งกลิ่นเน่าเหม็นกระจายไปทั่ว เจ้าหน้าที่จึงถ่ายภาพในพื้นที่ พร้อมช้างทั้งหมดเพื่อกลับนำมารายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางกลับมายังหน่วยที่ตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกตการณ์ชุดทำลายซากช้าง พบว่ามีอาการหนาว ผื่นคัน เจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ที่ทำลายซากช้างทั้งหมดรับประทานยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ มีฟ้าทะลายโจร แคปซูลขิง พร้อมให้รีบอาบน้ำล้างตัวให้สะอาด และนำเสื้อผ้าทั้งหมดแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง ได้นำภาพทั้งหมดมอบให้กับนายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.1 (ปราจีนบุรี) ตรวจสอบ ก่อนมอบให้สื่อมวลชนเพื่อนำไปเสนอข่าวต่อไป




