หน้าแรก ภูมิภาค นักวิชาการรุม...

นักวิชาการรุมจวกรัฐ รับบริจาคถุงดำขยะอุตสาหกรรม ทำ ‘บิ๊กแบ๊ก’ วางชายหาดทับสะแก

12.10.19 | 09:44 น.

จากกรณีฝ่ายปกครอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่องค์กรท้องถิ่น ร่วมกันวางถุงบิ๊กแบ๊ก 1,000 ชุด ผลิตจากพลาสติกสีดำ บริเวณชายหาดหมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ ต.ทับสะแก ต่อมาชาวบ้านพบคราบฝุ่นสีดำบริเวณชายหาด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นถุงบิ๊กแบ๊กเคยใช้บรรจุสารเคมีจากประเทศจีน โดยหน่วยงานของรัฐแจ้งว่าได้รับบริจาคจากเอกชนที่จะได้งานรับเหมาทำเขื่อนกันคลื่นของกรมเจ้าท่า

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ถุงดำทั้งหมดต้องรื้อออกเร็วๆ นี้ จากนั้นจะใช้งบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในอำนาจของจังหวัดในวงเงิน 10 ล้านบาทจัดซื้อบิ๊กแบ๊กใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหา

แต่ขณะนี้ขอวางบิ๊กแบ๊กไว้ก่อนจนกว่าจะมีของใหม่มาทดแทน เพราะชาวบ้านยันว่าให้วางไว้ก่อนเพื่อแก้ปัญหาคลื่นทะเลซัดบ้านเรือนเสียหาย และขอเรียนว่างบสร้างเขื่อนเป็นของกรมเจ้าท่าไม่ใช่งบประมาณของจังหวัด หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้รับเหมาทิ้งงานตั้งแต่ปลายปี 2561 แต่มาตรการเยียวยาผลกระทบยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หาดทุ่งประดู่ความยาว 1,175 เมตร งบประมาณ 60 ล้านบาท ก่อสร้างได้เพียง 400 เมตร หลังจากกรมเจ้าท่าทำสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2560 ใช้เวลาสร้าง 540 วัน

นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลชื่อดัง กล่าวว่า ตามปกติเอกชนไม่สามารถนำบิ๊กแบ๊กไปบริจาคเพื่อวางบนชายหาดได้โดยพลการ แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นการวางไว้ชั่วคราว ก่อนที่หน่วยงานราชการในพื้นที่จะอนุญาตให้นำไปใช้ที่ชายหาด ที่สำคัญควรตรวจสอบให้ละเอียด อย่าเร่งรีบ เพราะการใช้ถุงพลาสติกสีดำที่เป็นวัสดุใช้แล้ว มีผงถ่านแบล็กคาร์บอนปะปนเป็นฝุ่นขนาดเล็ก อาจมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาจากไม่โครพลาสติก ดังนั้น หากจะป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ขณะนี้มีการกำหนดรูปแบบอย่างชัดเจนเพียง แต่ต้องดูผลกระทบให้รอบคอบและปัจจุบันการใช้ถุงปุ๋ยพลาสติกบรรจุทรายที่ชายหาดก็ไม่นิยมใช้แล้ว

ขณะที่ นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Sonthi Kotchawat ระบุว่า ผิดพลาดเพราะขาดความรู้ต้องรีบ Clean up โดยเร็ว

Advertisement

1.ชาวบ้านที่อาศัยใกล้บริเวณชายหาดทุ่งประดู่ หมู่ 2 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร้องเรียนว่าประสบปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง

2.ฝ่ายปกครองของ อ.ทับสะแก ได้มีการนำทรายจากชายหาดไปบรรจุลงในถุงบิ๊กแบ๊กซึ่งเป็นถุงที่เคยใช้บรรจุผงคาร์บอนด์แบล็คที่ส่งมาจากประเทศจีนจำนวน 1,000 ถุง แล้วนำไปวางกันคลื่นอ้างว่าเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่เหลือกว่า 800 เมตร ซึ่งมีได้ถูกคลื่นกัดเซาะและมีผงคาร์บอนด์แบล็คออกมาปนเปื้อนบนชายหาดและน้ำทะเลจำนวนมาก

3.ผงคาร์บอนด์แบล็คเป็นผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันชนิดหนัก เมื่อนำไปผสมกับยางรถยนต์จะมีสีดำและให้คุณสมบัติที่ทนต่อแรงเสียดทานและมีความยืดหยุ่นสูง หากนำไปทิ้งหรือหมดอายุจะจัดเป็นกากของเสียอุตสาหกรรมอันตรายโดยมีรหัส 061303 HA และเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2B ขององค์การอนามัยโลกคืออาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์ ซึ่งตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วพ.ศ.2548 ต้องนำกากของผงคาร์บอนด์แบล็ครวมทั้งภาชนะที่บรรจุไปกำจัดในโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานเท่านั้น ไม่ควรนำถุงมาใช้ใส่ทรายกันคลื่นจนแตกมีผงคาร์บอนด์แบล็ครั่วออกมาปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องรีบ Clean up โดยด่วน

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการติดตามการใช้งบประมาณเหลือจ่ายของโครงการนี้อีก 40 ล้านบาท เพื่อสร้างเขื่อนให้เสร็จตามเป้าหมายหลังผู้รับเหมาเดิมทิ้งงาน ล่าสุดกรณีมีการร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้างการทำโครงการด้วยวิธีพิเศษ น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติพอสมควร อาจทำให้โครงการนี้ล่าช้าออกไปอีก ส่งผลกระทบกับประชาชนบ้านทุ่งประดู่และพื้นที่ชายหาดต่อไป ส่วนกรณีที่กรมเจ้าท่าอนุญาตให้นายทุนนอกระบบนำบิ๊กแบ๊กพลาสติกสีดำไปวางบนชายหาด ทราบว่าเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นเรื่องแปลก เนื่องจากไม่เคยมีชายหาดที่ไหนเคยทำมาก่อน