เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ร.ต.อ.อนนท์ สาจันทึก พนักงานสอบสวน สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ในที่ทำการ มูลนิธิพุทธรรม ฮุก.31 นครราชสีมา สาขาวัดแจ้งใน ถนนโยธา เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง บริเวณสี่แยกเต๊กฮะ พบตู้รับบริจาคทั้งกล่องไม้และกล่องโลหะที่ตั้งอยู่หน้าองค์ฮ้อฮุ้งเซี้ยโจ้ว เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮุกและคนไทยเชื้อสายจีน รวมทั้งตู้ที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะบัญชี รวมทั้งสิ้น 4 ตู้ โดยแต่ละตู้มีร่องรอยถูกงัดเปิดฝา เพื่อเอาทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสดที่ได้จากการบริจาคของผู้ที่มีจิตศรัทธา เพื่อเป็นทุนสนับสนุนกิจการกู้ภัยและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ แต่ไม่พบร่องรอยการงัดประตูทางเข้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องและบันทึกภาพจุดเกิดเหตุจากนั้นได้วิทยุสื่อสารประสานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 มาดำเนินการตรวจหาลายนิ้วมือแฝงตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายศักดิ์ชัย พงษ์พินิจกุล ผู้ดูแลและรับผิดชอบจุดรับบริจาค เปิดเผยว่า ช่วงเช้าตรู่ประมาณ 06.00 น. ของทุกวัน จะเปิดจุดรับบริจาคจึงทราบเหตุร้าย เราได้กำหนดเวลาการเปิดตู้ทุกสิ้นปี ประเมินทั้ง 4 ตู้ มีเงินสดรวมกว่า 4 หมื่นบาท โชคดีที่ตู้เหล็กขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเงินรับบริจาคในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจที่ผ่านมา ได้เปิดนำเงินออกมาเมื่อวานนี้ โดยมีเงินสดกว่า 2 แสนบาท เป็นเวลาร่วม 32 ปี ที่เปิดรับบริจาค มูลนิธิไม่เคยถูกโจรกรรมมาก่อน จึงชะล่าใจในการติดกล้องวงจรปิด แต่เราได้พันธนาการประตูทางเข้าออกอย่างหนาแน่น
ส่วนผู้ต้องสงสัยไม่ขอคาดเดาจะเป็นคนในหรือคนนอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอสาปแช่งโจรใจบาปไม่ช้าเร็วก็ต้องรับกรรมอย่างแน่นอน

