เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายสายชล ชนะภัย รองประธานสภาเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ คณะทำงานด้านพืชสวน เปิดเผยว่า การยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด ไม่กระทบกับชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ 3.9 แสนไร่ ในจังหวัดที่เป็นเมืองหลวงมะพร้าวมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวคุณภาพมากที่สุดในประเทศ เนื่องจากเกษตรกรนิยมใช้การไถกลบเพื่อใส่ปุ๋ยมากกว่าการใช้ยาปราบวัชพืช สำหรับการปราบแมลงศัตรูมะพร้าวที่ใช้วิธีการเจาะลำต้นฉีดสารเคมีนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี 3 ชนิด แต่เป็นสารเคมีที่ใช้ฉีดเข้าลำต้น และผ่านการตรวจรับรองคุณภาพจากกรมวิชาการเกษตรแล้ว
ดังนั้นการเลิกใช้ 3 สารเคมีชาวสวนมะพร้าวจึงไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด แต่ขณะนี้ชาวสวนส่วนใหญ่ห่วงมะพร้าวในสวนถูกขโมย หลังจากมีราคาซื้อขายหน้าสวนสูงถึงผลละ 15 – 16 บาท จึงต้องจัดเวรยามเฝ้าอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
นายสุรัตน์ มุนินทรวงศ์ นายกสมาคมชาวไร่สับปะรดไทย แกนนำเกษตรกรชาวไร่สับปะรด จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ชาวไร่สับปะรดในจังหวัดซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศมากกว่า 4 แสนไร่ ไม่มีการผลกระทบกับการยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี และปีนี้ยอมรับว่าผลผลิตสับปะรดส่งงานแปรรูปลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมาจากปัจจัยหลายด้าน ขณะที่สวนยางพาราและสวนปาล์มจะได้รับผลกระทบพอสมควร
สำหรับการแบนสารเคมีโดยภาพรวมขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ หลังจากมีการชี้นำโดยกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน ส่วนนักวิชาการบางกลุ่มที่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีก็ไม่ออกมาชี้แจง เพราะกลัวปัญหาความขัดแย้งบานปลายจากกระแสสังคม ทั้งที่สารเคมีบางตัวที่เป็นอินทรีวัตถุใช้ฆ่าหญ้าสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ขณะที่หลายฝ่ายยืนยันว่าเกษตรกรในประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน หากมีการยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดโดยไม่มีสารประเภทอื่นใช้ทดแทนเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้น

