ทยอยเรียกสอบปากคำแก๊งโจ๋ยิงกันตายในผับเมืองพิมาย ฝากศาลจังหวัดขัง 2 ผู้ต้องหา ตร.สั่งปิดผับชั่วคราว

สืบเนื่องกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในผับวิคตอรี่ ย่าน ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เมื่อกลางดึกวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเกิดการใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย เสียชีวิต 1 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ทำการจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย คือนายสุเทพ ถนัดไถ อายุ 35 ปี ชาวหมู่ 14 ต.ในเมือง จ.นครราชสีมา และนายเอกลักษณ์ อยู่สบาย อายุ 26 ปี ชาวหมู่ 2 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาทั่งคู่นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ต.อ.สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผกก.สภ.พิมาย เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ได้ทยอยเรียกตัวผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันทั้ง 2 กลุ่มมากสอบปากคำเพิ่มเติมต่อเนื่อง โดยพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีทั้งหมดประมาณ 35 คน โดยเป็นฝั่ง อ.พิมาย มีอยู่ประมาณ 22 คน และกลุ่มผู้ก่อเหตุฝั่ง อ.คง มีอยู่จำนวน 13 คน ขณะนี้สอบปากคำไปแล้วประมาณ 20 คน ยังเหลืออีกบางส่วนเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้มีอยู่ 2 คดี คือคดีก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน กับคดีฆ่าคนตาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการไปควบคู่กัน โดยคดีฆ่าคนตายนั้น ตำรวจได้ทำการการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย โดยเป็นฝั่งของกลุ่มจาก อ.พิมาย เบื้องต้นทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในคืนดังกล่าวจริง แต่ยังปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือยิงผู้ตาย เนื่องจากอาวุธปืนที่ยิงผู้ตายก็เป็นของผู้ตายเอง โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ผู้ตายได้ชักอาวุธปืนขึ้นมายิงขึ้นฟ้าขู่ หลังจากนั้นมีการแย่งอาวุธปืนกันขึ้นมาอย่างชุลมุน จนเป็นเหตุให้เกิดปืนลั่นใส่ผู้ตาย และถูกคนอื่นได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย โดยเป็นฝั่งของ อ.คง 1 ราย และฝั่งของ อ.พิมาย 1 ราย แต่จากพยานและหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ตายจริง จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพิมาย เพื่อเตรียมส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องศาลต่อไป

พ.ต.อ.สุเอกกล่าวว่า สำหรับคดีก่อเหตุทะเลาะวิวาท ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใด เนื่องจากต้องรอสอบปากคำพยานหลักฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน คาดว่าจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ผับที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปิดร้านเป็นการชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งมีการเปิดให้เยาวชนเข้าไปมั่วสุมหรือไม่ เพราะทราบว่าหลายปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนชื่อร้านมาแล้ว 3-4 ครั้ง หากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายก็จะมีการสั่งปิดเป็นการถาวร และแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้านต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ธัญชนก วัชโรทัย สานฝัน ‘บลู โวยาจ’ ธุรกิจเช่าเรือยอชต์
บทความถัดไปไทยโชว์โลก ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ทุกคนเป็นเจ้าของร่วม