หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายยางร...

เครือข่ายยางราชบุรีวอนรัฐเปิดรับซื้อครั้งที่ 2- ช่วยเอกสารสิทธิที่ดิน

28.01.16 | 16:35 น.

(28 ม.ค.59) เมื่อเวลา 14.00 น. นายอนันต์ ลิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพินิจ  เจริญเร็ว เกษตรจังหวัดราชบุรี พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจจุดรับซื้อยางแผ่นเกรดชั้น 3 ที่ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 7 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้เริ่มเปิดรับซื้อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมไปถึงเดือนมิถุนายน

นายสมชาย ศรีทอง ประธานเครือข่ายชาวสวนยางราชบุรี เปิดเผยว่า  ราชบุรีมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 40,000 ไร่ ได้แก่พื้นที่ อ.จอมบึง อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา และ อ.ปากท่อ ประมาณกว่า 40,000 ไร่ ที่กรีดได้แล้วเกือบ 14,000 ไร่ มีสมาชิกที่นำยางแผ่นมาขายทั้งในโครงาการและนอกโครงการจำนวนกว่า 70 ราย ตอนนี้รัฐบาลได้เปิดรับซื้อยางคุณภาพ เกรด 3 ในราคากิโลกรัมละ 45 บาท เกษตรกร 1 คนให้สิทธิจำนวน 150 กิโลกรัม แต่ไม่สามารถนำกลับมาขายที่จุดเปิดรับเป็นครั้งที่ 2 ได้

จึงขอฝากให้รัฐบาลช่วยเรื่องการรับซื้อยางครั้งที่ 2 ซึ่งจะเป็นการช่วยเกษตรกรต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาส่วนที่เหลือเกรดที่ 4 และที่ 5 เกษตรกรจะนำไปขายที่ไหน ขณะนี้เกษตรกรแก้ไขปัญหาคือนำไปขายให้พ่อค้าคนกลาง ซึ่งทางพ่อค้าคนกลางทราบแล้วว่ารัฐบาลรับซื้อยางแผ่นเพียงชั้น 3 เกรดเดียว แต่ชั้นอื่นๆ ไม่รับซื้อทำให้ถูกกดราคา บางพื้นที่เริ่มมีการปิดหน้ายางไปบางส่วนแล้วทำให้มียางเหลือน้อย นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลช่วย คือ เรื่องปัญหาที่ดิน โดยยางที่นำมาขายทางเกษตรกรจะต้องมีใบเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง เช่น ส.ป.ก. น.ส.3 แต่ต.บ้านบึง ต.บ้านคา อ.บ้านคา และ อ.ปากท่อ เป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 มาก และไม่มีเอกสารสิทธิ ทางรัฐจึงไม่ช่วยเหลือ ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกยางกันมาก จึงฝากรัฐช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วย

นายอนันต์เปิดเผยว่า อำเภอบ้านคาเป็นจุดหนึ่งที่มีการเปิดรับซื้อยางตามนโยบายของรัฐบาล จุดนี้จะเปิดรับซื้อทุกวันอังคาร เริ่มจากวันอังคารที่ 26 มกราคมผ่านมา มีเกษตรกรนำยางมาจำหน่ายแล้วจำนวน 12 ราย ได้น้ำหนัก 1,340 กิโลกรัม จากการตรวจสอบคุณภาพยางจัดว่าคุณภาพดีมาก เป็นยางที่รับซื้อไว้โดยที่ไม่ต้องตรวจสอบคุณภาพ เพราะได้รับความเชื่อถือเรื่องคุณภาพยาง เนื่องจากที่นี่มีกลุ่มทำยางที่ควบคุมดูแลคุณภาพยางอยู่ จะสามารถดูยางและทำยางได้มาตรฐานเป็นยางที่ไม่มีฟองอากาศ ทราบจากประธานกลุ่มว่ามีผู้รับซื้อมาจาก จ.อุบลราชธานี จ.ชุมพร ได้มาซื้อโดยไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพเพราะมีความไว้ใจกัน

201601281609355-20041020124557

Advertisement

ส่วนพื้นที่ จ.กาญจนบุรีที่จะมีการนำยางมาขายที่จุดรับซื้อใน อ.บ้านคา โดยการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท.จะต้องมาตรวจสอบรายละเอียดส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน หลังจากนั้นจะนำยางมาชั่งน้ำหนัก ตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพอีกครั้ง สำหรับเกษตรกรที่เคยนำมาขายแล้วไม่สามารถนำยางกลับมาขายในครั้งที่ 2 ได้ เพราะเกษตรกรแต่ละรายจะได้รับสิทธินำยางมาจำหน่ายที่นี่ 1 คน ไม่เกิน 15 ไร่ โดย 1 ไร่จะได้ยางประมาณ 10 กิโลกรัม ดังนั้นเกษตรกร  1 ราย จะนำยางแผ่นมาจำหน่ายได้ไม่เกินคนละ 150 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถตรวจสอบได้ ส่วนการรับเงินเมื่อนำยางแผ่นมาขาย มีการตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว ภายใน 2 วัน สามารถไปขึ้นเงินที่ ธ.ก.ส.ได้

ทั้งนี้จากการสอบถามเกษตรกรส่วนใหญ่ทราบว่า ส่วนใหญ่พอใจรับได้  โดยข้อดีของโครงการนี้คือ เป็นตัวดึงราคายางจากจุดรับซื้อภายนอกโครงการของรัฐบาล หลังทราบว่าราคาที่ขายกันนอกโครงการ ที่ผ่านมามีราคาต่ำ ในกิโลกรัมละ 37 บาท แต่ราคายางที่รัฐประกาศมากิโลกรัมละ 45 บาท ส่งผลให้ราคายางภายนอกค่อยๆ ขยับขึ้น จนขึ้นมาถึงราคากิโลกรัมละ 40 บาทแล้ว ทำให้แนวโน้มอนาคตคาดว่าราคายางนอกโครงการจะขยับเพิ่มสูงกว่านี้ เนื่องจากขณะนี้จำนวนยางมีน้อยลง โดยพื้นที่ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์จะเป็นช่วงปิดหน้ายาง ทำให้ยางลดลงทำให้มีราคาขยับสูงขึ้น กลายเป็นผลดีของเกษตรกรอีกทางหนึ่ง