เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมจะบังติกอ โรงแรม ซี.เอส. อ.เมือง จ.ปัตตานี มีการประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ ครั้งที่ 1 ปี 2563 เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางในการดำเนินงาน ภายใต้กลไกของการพูดคุยเพื่อสันติสุข ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือระดับนโยบาย ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระดับปฏิบัติ และระดับพื้นที่
โดยยพล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่ เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, แม่ทัพภาคที่ 4 ในนามหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ ได้เรียกประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ ชุดใหม่ทั้งหมด กว่า 60 ท่าน เข้าร่วมเพื่อกำหนด เป้าหมาย วางแผนยุทธศาสตร์ ภายใต้กลไกการขับเคลื่อน กระบวนการพูดคุย และเป็นการเปิดพื้นที่ เปลี่ยนความขัดแย้งมาสู่การใช้แนวทางสันติวิธีรวมทั้งปรับปรุงคำสั่งให้มีความทันสมัยและเหมาะสม กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะประสานงาน ระหว่างหน่วยงานของรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทั้งหมด และติดตามประเมินสถานการณ์ที่เป็นผลสะท้อนจากการพูดคุยในทุกๆ ด้าน และจะให้มีการขยายไปยัง ทุกๆ กลุ่ม ซึ่งจากการพูดคุยในวันนี้มีการตั้งประเด็นหารือ และรายงานแผนงานที่ผ่านมา ตลอดจน การต่อยอดที่จะทำต่อในปีหน้าอย่างไร

พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทุกคนในคณะประสานงานที่เข้ามาในนี้มาจากหลายภาคส่วน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ทำงานกำหนดทิศทางร่วมกัน ผมขอให้ทุกคน นำความจริง พูดความจริง อย่าบิดเบือน ในที่นี้ต้องการฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุด ในคณะนี้เปรียบเสมือนสภาๆ หนึ่งในการแก้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ ผมพร้อมรับฟังความคิด ของทุกฝ่ายเสียงของทุกคน และนำเอาการคิดวิเคราะห์ของทุกคนมาเป็นการตัดสินใจในการทำงาน
“ทุกคนในที่นี่ เป็นตัวแทนของทุกฝ่าย ฝ่ายศาสนา กระบวนการยุติธรรม ตัวแทนกลุ่มผู้หญิง ร่วมทำงานคู่ขนานกับสภาสันติสุข ในหมู่บ้านทั้งหมด 290 ตำบล ต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถออกความเห็นได้อย่างเต็มที่ ต่อจากนี้จะเรียกประชุมอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อขับเคลื่อน รายงานความเป็นไป และจะตั้งประเด็นกลุ่มทำงาน ให้ครบทุกกลุ่ม ให้ครอบคลุมไปทุกๆคน โดยต้องยึดหลักคือให้เป็นความต้องการของประชาชน” พล.ท.พรศักดิ กล่าว
พล.ต.ธิรา แดหวา เลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่ เปิดเผยว่า มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าคณะคนใหม่ คือพล.อ.พัลลภ รักเสนาะ แต่หน้าที่ คณะกรรมการทั้งหมดยังคงเดิม ทีมคณะดำเนินงานไม่เปลี่นน ทั้งหมดเป็นชุดเดิม และยังคงทำงานต่อเนื่องเป็นตามนโยบายเดิม ที่วางไว้ จะลงพื้นที่มาพบปะกันในเอาทิตย์หน้านี้ ซึ่งที่ผ่านมา คณะพูดคุยได้เดินสายพูดคุย กับผู้เห็นต่างที่อยู่ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ คุยกันแล้วหลายๆ กลุ่ม ทั้งนี้ได้รายงานสร้างความเข้าใจกับคณะทูตหลายๆประเทศด้วย เชื่อมั่นว่าในปีหน้าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น
“โดยที่ประชุมได้สะท้อนประเด็นปัญหาต่างๆ คือเรื่องยาเสพติดได้ดำเนินคืบหน้าอย่างไร จากการลงพื้นที่ชาวบ้านยังสะท้อนเหมือนเดิม ประเด็นความเชื่อมั่น ต้องรีบดำเนินการ อีกทั้ง การสนับสนุนงบประมาณนั้นมีการเลือกกลุ่มพวกพ้อง การลงทะเบียนซิม การ์ดโทรศัพท์ ขึ้นอยู่ที่การสื่อสาร ดังนั้นควรสร้างพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ต่อกรณีนายรักชาติ สุวรรณ ถูกฟ้องคดีการเมือง ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในคณะประสานงานระดับพื้นที การแจ้งความอาจจะทำให้กระทบต่อสภาวะแวดล้อมของกระบวนการพูดคุย ต้องเปิดพื้นที่ และเวทีการพูดคุยให้กว้างขวางมากขึ้น ที่ประชุมสรุปว่าจะไม่ให้กระทบ ทุกคนให้กำลังใจ และมั่นใจว่านายรักชาติไม่พูดส่อไปทางที่ผิด การใช้ fake news ของทั้งสองฝ่าย ต้องมีเวที และเปิดพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและการถอดบทเรียนกระบวนการทำงานของสภาสันติสุขตำบล”

พล.ต.ธิรา กล่าวอีกว่า การนำเสนอของคณะประสานงานระดับพื้นที รับข้อร้องเรียน ประเมินสถานการณ์ มีการติดตาม ทำประเด็นให้ครอบคลุม ถึงทุกๆประเด็นทุกฝ่าย เพิ่มความหลากหลาย CSO ผู้นำศาสนา และภาครัฐ (มีทั้งเครื่องมือ องค์ความรู้ และพื้นที่) ควรมีการหนุนเสริมอย่างเป็นระบบ ให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างคณะพูดคุย (สล.คพส.-คณะ 2) กับคณะประสานงาน (สล.คพท.-คณะ 3) อย่างต่อเนื่อง สำหรับ การควบคุม เชิญตัว ผู้ต้องสงสัยหญิง ควรมีความชัดเจนมีการกำหนดความเหมาะสมให้กลุ่มผู้หญิงตั้งข้อเสนอแนะว่าควรทำอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม
“นอกจากนี้ตัวแทนศอ.บต.ได้เปิดเผยถึง การสนับสนุนภาคธุรกิจการดึงนักธุรกิจจากภายนอก การลงทุน ดอกเบี้ยต่ำ ให้เกิดการลงทุนของผู้ประกอบการ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะนี้ได้รับความสนใจกับนักลงทุนจีน มาเลเซีย หรือภาคอื่นๆจำนวนมาก เมื่อสนามบินเบตงที่จะสร้างเสร็จในปีหน้า กับผลผลิตภาคเกษตรทั้งปาลม์ ทุเรียน มะพร้าว ของทั้ง 3 จังหวัด มีจำนวนมาก คาดว่าการลงทุนจะเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การสร้างสภาวะเอื้ออำนวยต่อสันติสุขในพื้นที่ มีความมั่นคงแล้ว การพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะชัดเจนขึ้นเอง” พล.ต.ธิรา กล่าว

