หน้าแรก ภูมิภาค แม่ทัพภาค4 ปร...

แม่ทัพภาค4 ประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ พูดคุยสันติสุข290ตำบล พร้อมให้ทุกฝ่ายอย่าบิดเบือนความจริง

19.10.19 | 10:55 น.

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมจะบังติกอ โรงแรม ซี.เอส. อ.เมือง จ.ปัตตานี มีการประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่​ ครั้งที่​ 1 ปี 2563 เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางในการดำเนินงาน ภายใต้กลไกของการพูดคุยเพื่อสันติสุข ที่แบ่งออกเป็น 3 ​ระดับ คือระดับนโยบาย ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระดับปฏิบัติ และระดับพื้นที่

โดยยพล.อ.วัลลภ​ รักเสนาะ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่ เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้พล.ท.พรศักดิ์​ พูลสวัสดิ์​,  แม่ทัพภาคที่ 4​ ในนามหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ ได้เรียกประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ ชุดใหม่​ทั้งหมด​ กว่า ​60 ท่าน​ เข้าร่วม​เพื่อกำหนด เป้าหมาย​ วางแผนยุทธศาสตร์​  ภายใต้กลไกการขับเคลื่อน กระบวนการพูดคุย และเป็นการเปิดพื้นที่ เปลี่ยนความขัดแย้งมาสู่การใช้แนวทางสันติวิธีรวมทั้งปรับปรุงคำสั่งให้มีความทันสมัยและเหมาะสม กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะประสานงาน  ระหว่างหน่วยงานของรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทั้งหมด และติดตามประเมินสถานการณ์ที่เป็นผลสะท้อนจากการพูดคุยในทุกๆ ด้าน และจะให้มีการขยายไปยัง ทุกๆ กลุ่ม ซึ่งจากการพูดคุยในวันนี้มีการตั้งประเด็นหารือ และรายงานแผนงานที่ผ่านมา ตลอดจน การต่อยอดที่จะทำต่อในปีหน้าอย่างไร

พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวว่า​ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทุกคนในคณะประสานงานที่เข้ามาในนี้มาจากหลายภาคส่วน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ทำงานกำหนดทิศทางร่วมกัน​ ผมขอให้ทุกคน นำความจริง​ พูดความจริง อย่าบิดเบือน ในที่นี้ต้องการฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุด ในคณะนี้เปรียบเสมือนสภาๆ หนึ่งในการแก้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่  ผมพร้อมรับฟังความคิด ของทุกฝ่าย​เสียงของทุกคน และนำเอาการคิดวิเคราะห์ของทุกคนมาเป็นการตัดสินใจในการทำงาน

“ทุกคนในที่นี่ เป็นตัวแทนของทุกฝ่าย ฝ่ายศาสนา​ กระบวนการยุติธรรม ตัวแทนกลุ่มผู้หญิง  ร่วมทำงานคู่ขนานกับสภาสันติสุข ในหมู่บ้านทั้งหมด​ 290 ตำบล ต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถออกความเห็นได้อย่างเต็มที่ ต่อจากนี้จะเรียกประชุมอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อขับเคลื่อน​ รายงานความเป็นไป​ และจะตั้งประเด็นกลุ่มทำงาน​ ให้ครบทุกกลุ่ม ให้ครอบคลุมไปทุกๆคน โดยต้องยึดหลักคือให้เป็นความต้องการของประชาชน” พล.ท.พรศักดิ กล่าว

Advertisement

พล.ต.ธิรา แดหวา​ เลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่​ เปิดเผยว่า มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าคณะคนใหม่ คือพล.อ.พัลลภ รักเสนาะ แต่หน้าที่ คณะกรรมการทั้งหมดยังคงเดิม ทีมคณะดำเนินงานไม่เปลี่นน ทั้งหมดเป็นชุดเดิม​ และยังคงทำงานต่อเนื่องเป็นตามนโยบายเดิม ที่วางไว้  จะลงพื้นที่มาพบปะกันในเอาทิตย์หน้านี้​ ซึ่งที่ผ่านมา คณะพูดคุยได้เดินสาย​พูดคุย​ กับผู้เห็นต่างที่อยู่ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ  คุยกันแล้วหลายๆ กลุ่ม​ ทั้งนี้ได้รายงานสร้างความเข้าใจกับคณะทูตหลายๆประเทศ​ด้วย  เชื่อมั่นว่าในปีหน้าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น

“โดยที่ประชุมได้สะท้อนประเด็นปัญหาต่างๆ​ คือเรื่องยาเสพติดได้ดำเนินคืบหน้าอย่างไร จากการลงพื้นที่ชาวบ้านยังสะท้อนเหมือนเดิม ประเด็นความเชื่อมั่น ต้องรีบดำเนินการ อีกทั้ง การสนับสนุนงบประมาณนั้นมีการเลือกกลุ่มพวกพ้อง  การลงทะเบียนซิม การ์ด​โทรศัพท์ ขึ้นอยู่ที่การสื่อสาร ดังนั้นควรสร้างพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ต่อกรณีนายรักชาติ สุวรรณ​ ถูกฟ้องคดีการเมือง​ ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในคณะประสานงานระดับพื้นที  การแจ้งความอาจจะทำให้กระทบต่อสภาวะแวดล้อมของกระบวนการพูดคุย ต้องเปิดพื้นที่ และเวทีการพูดคุยให้กว้างขวางมากขึ้น ที่ประชุมสรุปว่าจะไม่ให้กระทบ​ ทุกคนให้กำลังใจ​ และมั่นใจว่า​นายรักชาติไม่พูดส่อไปทางที่ผิด​ การใช้ fake news ของทั้งสองฝ่าย ต้องมีเวที และเปิดพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและการถอดบทเรียนกระบวนการทำงานของสภาสันติสุขตำบล”


พล.ต.ธิรา กล่าวอีกว่า การนำเสนอของคณะประสานงานระดับพื้นที รับข้อร้องเรียน ประเมินสถานการณ์ มีการติดตาม  ทำประเด็นให้ครอบคลุม​ ถึงทุกๆประเด็น​ทุกฝ่าย เพิ่มความหลากหลาย CSO ผู้นำศาสนา และภาครัฐ (มีทั้งเครื่องมือ องค์ความรู้ และพื้นที่) ควรมีการหนุนเสริมอย่างเป็นระบบ ให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างคณะพูดคุย (สล.คพส.-คณะ 2) กับคณะประสานงาน (สล.คพท.-คณะ 3) อย่างต่อเนื่อง สำหรับ การควบคุม เชิญตัว ผู้ต้องสงสัยหญิง ควรมีความชัดเจน​มีการกำหนดความเหมาะสม​ให้กลุ่มผู้หญิง​ตั้งข้อเสนอแนะว่าควรทำอย่างไร​ให้ถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม

“นอกจากนี้ตัวแทนศอ.บต.ได้เปิดเผยถึง การสนับสนุนภาคธุรกิจ​การดึงนักธุรกิจจากภายนอก การลงทุน ดอกเบี้ยต่ำ ให้เกิดการลงทุนของผู้ประกอบการ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ​ ขณะนี้​ได้รับความสนใจกับนักลงทุนจีน​ มาเลเซีย​ หรือภาคอื่นๆจำนวนมาก​  เมื่อสนามบินเบตงที่จะสร้างเสร็จในปีหน้า​ กับผลผลิตภาคเกษตรทั้งปาลม์​ ทุเรียน​ มะพร้าว​ ของทั้ง​ 3  จังหวัด​ มีจำนวนมาก​ คาดว่าการลงทุนจะเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น​  ทั้งนี้​การสร้างสภาวะเอื้ออำนวยต่อสันติสุข​ในพื้นที่​ มีความมั่นคงแล้ว​ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะชัดเจนขึ้น​เอง” พล.ต.ธิรา กล่าว