ชี้แจงกรณี “ตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ ประจวบคีรีขันธ์”

ตามที่ มีรายงานข่าวเรื่อง “นทท.โวย! ปิดถนนเลียบชายหาดตั้งเต็นท์ขายของก่อนเวลากำหนด กรอ.จี้ผู้ว่าฯ ตรวจสอบ จนท.เอี่ยวรับผลประโยชน์

ข้อเท็จจริงจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แจ้งว่า เดิมตลาดแห่งนี้ เป็นตลาดถนนคนเดินของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ปี 2553 ต่อมาเมื่อปี 2560 รัฐบาล มีนโยบายให้ดำเนินงานตลาดประชารัฐ เพื่อจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ประชาชน ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดให้ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้ม นับแต่นั้นมา โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารตลาดและร่วมกับเทศบาล ดำเนินโครงการตลาดประชารัฐ ถนนคนเดิน ริมอ่าวประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่ไม่มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ประกอบการมาจำหน่ายสินค้า รวม 70 บูธ ประกอบด้วย

1) สินค้าโอทอป 5 บูธ คือ โอทอปเทรดเดอร์ กระยาสารทธัญพืช ข้าวโพดคั่ว ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวไทยพฤกษา มะพร้าวแก้ว 2) สินค้าเกษตรปลอดภัย 3 บูธ และ 3) ผู้ประกอบการตามโครงการตลาดประชารัฐ 62 บูธ. สำหรับการขอใช้พื้นที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ขอใช้พื้นที่ร่วมกับเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากตลาดถนนคนเดิน ของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารตลาดประชารัฐฯ แห่งนี้ ไปกำกับดูแลร่วมกับคณะกรรมการบริหารตลาดถนนคนเดินของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์

สำนักงานพัฒนาชุมชนประจวบคีรีขันธ์ ขอนำเรียนชี้แจง กรณีข่าวของผู้สื่อข่าวที่พาดพิง การดำเนินงานตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ ริมอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้

1) กรณีเวลาเปิดและปิดการจำหน่าย ในช่วงสัปดาห์ละ 2 วัน (วันศุกร์ และวันเสาร์) ตั้งแต่เวลา 14.00 – 21.00 น. ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันของตลาดถนนคนเดินของเทศบาลและตลาดประชารัฐฯ ของสำนักงานพัฒนาชุมชนฯ

2) กรณีเต็นท์สีชมพู ที่กล่าวหาว่าสำนักงานพัฒนาชุมชนฯ ได้รับมอบมาจากธนาคารออมสิน นั้น เป็นเต็นท์ที่ผู้ประกอบการและคณะกรรมการบริหารตลาดช่วยกันจัดหามาเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนฯ ไม่ได้รับมอบจากธนาคารออมสินแต่อย่างใด

3) กรณีรายได้จากการเช่าเต็นท์ คณะกรรมการบริหารตลาดของเทศบาลและตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ ดำเนินการจัดเก็บตามข้อตกลงของตลาด คือ บูธละ 160 บาท นำส่งเทศบาลตามระเบียบฯ 90 บาท ส่วนอีก 70 บาท คณะกรรมการบริหารตลาด ได้จ่ายเป็นค่ากางเต็นท์ เก็บเต็นท์ ซ่อมเต็นท์(กรณีเต็นท์ชำรุด) ซื้อเต็นท์ใหม่(กรณีเต็นท์พังเสียหาย) โดยไม่มีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

4) กรณีด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดร้องเรียนปัญหาเส้นทางจากการเปิดตลาดถนนคนเดิน นั้น ขอชี้แจงว่า การประชุม กรอ.ประจำเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ในที่ประชุม และกรณีที่เต็นท์กีดขวางการจราจร ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของเทศบาลและคณะกรรมการบริหารตลาด แจ้งว่า ปกติหลังการจำหน่ายสินค้าแล้วจะนำเต็นท์ขึ้นมาเรียงไว้ที่ฟุตบาท แต่เนื่องจากเมื่อคืนเกิดฝนตก ลมพัดแรง พัดเต็นท์บางส่วนได้รับความเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการบริหารตลาดได้รับการแจ้งข่าวจากทางเทศบาล ก็ได้รีบมาแก้ไขทันที

5) กรณีการขออนุญาตจากกองสาธารณสุขฯ ให้ถูกต้อง ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอและจังหวัด ไม่ได้รับทราบข้อมูล หรือได้รับการประสานงานจากผู้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งหากต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบ จะดำเนินการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติให้ถูกต้องโดยด่วน

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน จักได้กำชับให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทั่วประเทศ ดำเนินการให้การบริหารจัดการตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

ด้านนายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาล รักษาการนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากสั่งให้ผู้ประกอบการตั้งเต๊นท์สีชมพูขายสินค้าหน้าศูนย์การท่องเที่ยวเทศบาลรื้อเต็นท์ออกจากผิวการจราจรบนถนนเลียบชายทะเลด้านหน้าสะพานสราญวิถี เนื่องจากมีการตั้งเต็นท์ก่อนเวลาที่กำหนด ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางสัญจรในแหล่งท่องเที่ยว ล่าสุดสำนักงานพัฒนาชุมชน( พช.)จังหวัดระบุว่า เต็นท์สีชมพูมีการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบตลาดประชารัฐ ตั้งแต่ปี 2560 ตามนโยบายของรัฐบาล นั้น ยันยันว่าตลาดดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดคนเดิน ที่เทศบาลบริหารจัดการตามปกติ จากการใช้พื้นที่ที่มีการประกาศตามราชกิจจานุเบกษา ซึ่งประกาศแนวเขตตั้งแต่รั้วศูนย์การท่องเที่ยวเทศบาลด้านหน้าพระอุปคุตหน้าสะพานสราญวิถีบนถนนเลียบชายหาดถึงด้านหน้าสำนักงาน อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

“ สำหรับกรณีที่เทศบาลเสนอขอใช้พื้นที่ถนนสาธารณะจากตำรวจจราจร สภเมืองฯ ครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าวยอมรับว่าส่วนตัวไม่ทราบเรื่องมาก่อน เพราะเป็นเรื่องเดิมที่ทำมานาน แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคมตรวจสอบที่มาของการจัดตั้งเต็นท์เพิ่มบนถนนสาธารณะ ที่อ้างว่ามีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารตลาดและร่วมกับทางเทศบาลแล้วว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร รวมทั้งข้ออ้างจากการจัดเก็บรายได้จากตลาดประชารัฐแบ่งให้เทศบาล 90 บาท โดย พช.แจ้งว่าเก็บค่าเต็นท์จากผู้ประกอบการรายละ 160 บาทต่อวัน ในการเปิดตลาดทุกวันศุกร์และวันเสาร์ จะขอให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าใช้ระเบียบหลักการจากกฎหมายฉบับใด กองสวัสดิการมีการจัดเก็บรายได้จริงหรือไม่ ขณะที่ถนนคนเดินของเทศบาลจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการรายละ 60 บาทต่อวันซี่งมีอัตราการจัดเก็บที่แตกต่างกัน จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานข้อเท็จจริงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบต่อไป “ นายสุทธิพร กล่าว

พ.ต.ต. เจษฎา กฤตานุสาร สารวัตรจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาลงนามในหนังสือที่เทศบาลขออนุญาตปิดถนนฉบับใหม่เพื่อนำไปปิดประกาศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งพบว่าไม่ได้แนบเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการตลาดประชารัฐ ที่อยู่นอกเขตการขอใช้พื้นที่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกอบการพิจารณา และจะต้องหารือกับปลัดเทศบาลเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงฝ่ายปกครอง ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องทำความเข้าใจ กรณีจะกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าจะเดินทางไปร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขอให้แก้ไขปัญหา จากการปิดถนนตั้งเต็นท์สีชมพู หลังจาก พช.จังหวัดระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดประชารัฐตามนโยบายรัฐบาล จากการตรวจสอบพบว่าตลาดดังกล่าวมีเอกชนเข้าไปจัดเก็บรายได้รายวันจากค่าเช่าเต๊นท์ ซึ่งจะต้องตรวจสอบรายละเอียดว่า การตั้งตลาดประชารัฐ มีการจัดตั้งองค์กรของภาคประชาขนเป็นเพียงชมรม หรือ รูปแบบคณะกรรมการตามที่กล่าวอ้างมีหน่วยงานใดให้การรับรองเอกสาร หรือมอบอำนาจให้มีผู้จัดเก็บค่าเต๊นท์เช่าบนถนนสาธารณะ ขณะที่ตลาดประชารัฐหากไม่ตั้งขายสินค้าโดยเช่าใช้พื้นที่ในที่ดินเอกชนควรจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หากปิดตลาดจำหน่ายในพื้นที่ถนนสาธารณะ อาจจะมีการจัดเก็บค่าไฟฟ้า และ ค่าเก็บขยะในอัตราที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือในการลดต้นทุนของผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้HAPPY CITY … เมืองที่ดี เมืองที่ออกแบบได้
บทความถัดไป‘กาฬสินธุ์’ สั่งสอบ ‘โรงงานแป้งมัน’ ใช้ที่ สปก.ทำบ่อบำบัดน้ำเสีย แถมชาวบ้านเดือดร้อน