หน้าแรก ภูมิภาค ผรท.จี้ผู้ว่า...

ผรท.จี้ผู้ว่าฯชะลอตั้งอุทยานดอยยาว-ดอยผาหม่น-ภูชี้ฟ้า วอนรัฐจัดสรรที่ดิน-ที่ทำกิน ตามพันธะ 66/2523

24.10.19 | 16:10 น.

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมดอยยาว-ดอยผาหม่น-ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย นำโดยนายชัยยุทธ อนุสรณ์ศิลปะ ประธานเครือข่ายฯ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อคัดค้านการประกาศเขตพื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น และภูชี้ฟ้า เป็นอุทยานแห่งชาติดอยยาว-ดอยผาหม่น-ภูชี้ฟ้า โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต อ.เทิง อ.ขุนตาล อ,เชียงของ และ อ.เวียงแก่น รวม 33 หมู่บ้าน หากมีการประกาศเกิดขึ้นอาจสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านทั้งด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกินได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 เรื่องนโบายต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ มีผลทำให้กองกำลังคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตงานที่ 8 บนพื้นที่ดังกล่าวยุติการสู้รบด้วยอาวุธและหันมาร่วมพัฒนาชาติไทยภายใต้พันธะ 6 ข้อคือ

1.รัฐต้องรับรองความปลอดภัยผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทุกคน
2.รัฐต้องพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทุกคน
3. รัฐต้องพัฒนาเส้นทางคมนาคมเข้าทุกหมู่บ้าน ที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยอาศัยอยู่
4. รัฐต้องจัดสรที่ดินทำกินให้กับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ออกเอกสารสิทธิที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และห้ามมิให้ใช้กฎหมายอย่างเดิมมาจัดการซ้ำรอยอีก
5.รัฐต้องส่งเสริมค้นการศึษา เช่น สร้างโรงเรียนให้ทุกหมู่บ้าน ให้บุตรหลานเข้าโรงเรียนและศึกษาต่อในเมืองได้
6. รัฐต้องจัดตั้งสถานีอนามัย และสร้งกองทุนยาให้แก่หมู่บ้านข้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

“ที่ผ่านมารัฐบาล โดยกองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการแล้วเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินที่ยังไม่สมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดแบ่งเขตที่ดินทำกินส่วนหนึ่งในเขตป่าสงวนแห่งชาติประมาณ 114,000 ไร่ แต่เจ้าหน้าที่ยังเข้าจับกุมดำเนินคดีกับผู้อยู่อาศัยบนพื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น และภูชี้ฟ้า ทำให้ปี 2551 ชาวบ้านตั้งสภาองค์กรชุมชน ต.ตับเต่ำ อ.เทิง ต.ยางชอม อ.ขุนตาล และ ต.ปอ อ.เวียงแก่น เพื่อผลักดันการแก้ปัญหา แต่ต่อมาหน่วยงานภาครัฐ พยายามนำพื้นที่ดังกล่าวไปสู่การเป็นเขตอุทยานแห่งชาติดอยยาว-ดอยผาหม่น-ภูชี้ฟ้า ทำให้ชาวบ้านเกรงว่าจะเดือดร้อนหนักกว่าเดิมอีก เพราะกฎหมายเกี่ยวกับการเป็นอุทยานแห่งชาติมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดละมีอัตราโทษสูงต่อผู้เข้าไปภายในเขตดังกล่าว” นายชัยยุทธ กล่าว

นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า เครือข่ายจึงผลักดันให้ จังหวัดเชียงราย ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา ดอยยาว-ดอยผาหม่น (ยุทธศาสตร์ภูขี้ฟ้า) จนสำเร็จในปีงบประมาณ 2563 แต่ปัจจุบันคณะกรรมการยังไม่มีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเลย ทำให้เครือข่ายเห็นว่าไม่ได้รับการเอาใจใส่และจังหวัดกลับตั้งคณะทำงานตรวจสอบและติดตามการสำรวจพื้นที่ป่า เพื่อเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติทั้ง 4 อำเภอ คือ อ.ขุนตาล เทิง เชียงของ และเวียงแก่น โดยไม่ให้ความรู้ หรือรับฟังความเห็นจากชาวบ้าน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลกับชาวบ้านอย่างมาก

Advertisement


จึงยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทางราชการคืนผืนป่าที่ทำกินเขตดอยยาว-ดอยผาหม่น-ภูชี้ฟ้า แก่ราษฎรดังเดม และขอให้เร่งรัดจัดสรรปฏิรูปที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยออกเอกสารรับรองสิทธิให้ทุกแปลง ภายใต้ระบบป้องกันการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิครอบครองอย่างเหมาะสม รวมทั้งขอให้ชะลอการบังคับใช้หรือแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พศ.2507 ด้วย

ล่าสุด นายประจญ มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ารับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน พร้อมให้แกนนำชาวบ้าน เข้าร่วมประชุม ที่ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อหารือทางออกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว