หน้าแรก ภูมิภาค เกษตรยันเลิก ...

เกษตรยันเลิก 3 สารเคมีไม่กระทบสับปะรด –มะพร้าวพืชเศรษฐกิจหลัก

25.10.19 | 09:24 น.

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด คือพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เริ่มมีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ขณะนี้สำนักงานเกษตรฯ ได้เร่งสร้างการรับรู้ อบรม ทดสอบให้แก่เกษตรกรมีองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งานสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในระหว่างที่เปิดให้เกษตรสามารถใช้งานได้ ขณะที่กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างเสนอแนะสารเคมีการเกษตรชนิดอื่นที่มีความเหมาะสมในการใช้งานควบคู่การส่งเสริมให้เกษตรกรใช้แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ และการปลูกพืชผสมผสาน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมี สำหรับการยกเลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ไม่มีผลกระทบกับพืชเศรษฐกิจหลักของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง สับปะรดและมะพร้าว แต่จะกระทบสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางพาราพอสมควร โดยเฉพาะพื้นที่ที่เริ่มการเพาะปลูกใหม่ หากเกษตรกรมีปัญหาสามารถขอรับคำปรึกษาได้จากสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 8 อำเภอ

นายสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(สคยท.) กล่าวว่า ในฐานะเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยได้ประกาศจุดยืนแบน 3 สารพิษ และไม่เห็นด้วยกับการใช้สารพิษตัวใหม่มาแทนสารพิษตัวเก่า นอกจากสารชีวภัณฑ์หรือสารทดแทนอื่น ที่ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นเกษตรกรไทยต้องเปลี่ยนแนวคิด ลด ละ เลิก การทำเกษตรเคมีเชิงเดี่ยว ไปทำวิถีเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ และรัฐบาลต้องส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกษตรกรเปลี่ยนการทำเกษตรเคมีเชิงเดี่ยว มาทำเกษตรผสมผสาน เกษตรกรรมยั่งยืน และเกษตรอินทรีย์ โดยมีเป้าหมายให้ไทยผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อส่งออกไปทั่วโลก จัดความยากจนและความเหลื่อมล้ำของเกษตรกร ขอเป็นเกษตรกรที่รับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้บริโภคและประชาชน

“ขอตั้งคำถามไปยังเกษตรกรรายใหญ่ นายทุน ที่ยังอยากใช้สารพิษ ว่ารู้สึกบาปกรรมที่จ้างคนอื่นให้ไปตายแทนจากการฉีดยาฆ่าหญ้า รวมทั้งผลจากการทำเกษตรเคมีเชิงเดี่ยว เกษตรกรไทยเป็นหนี้เกือบทุกคน สุขภาพย่ำแย่ แต่นายทุนเคมีร่ำรวย ข้อมูลหนี้สินเกษตรกรในกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) 5 แสนบาท มีหนี้ 8 หมื่นล้านบาท ทำให้ 20 ปีที่ผ่านมาแก้ปัญหาหนี้สินยังไปไม่ถึงไหนเกษตรกรเกือบทั้งหมดเป็นหนี้จากการทำเกษตรเคมีเชิงเดี่ยว สำหรับใครที่พูดแทนชาวสวนยาง สวนปาล์ม ทั้งตัวจริงและตัวปลอม ช่วยบอกด้วยว่างานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ระบุชัดเจนชาวสวนยางไม่ใช้สารพิษ 89% สวนปาล์มไม่ใช้สารพิษ 74% เพราะพืชทั้ง 2 ชนิดเมื่ออายุ 7 ปีขึ้นไป ใบยางใบปาล์ม จะบังแสงแดดเกือบทั้งหมด ทำให้วัชพืชมีน้อย ชาวสวนจะใช้วิธีตัดหญ้านำไปทำปุ๋ยพืชสด ดังนั้นการแบน 3 สารพิษไม่ได้ทำให้ชาวสวนยางและปาล์มมีผลผลิตลดลงหรือมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น” นายสุนทรกล่าว

คอมเม้นท์