แม่สุดเจ็บปวด ลูกถูกซ้อม รับน้องโหด กัดฟันลาออก มหา’ลัย รับปากหาคนผิด สุดท้ายเงียบ

วันที่ 3 พ.ย. จากกรณี ข่าว ผู้ปกครองนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จ.เชียงใหม่ ออกมาแฉว่า นักศึกษาคนดังกล่าวถูกรุ่นพี่เรียกไปซ้อมทุกอาทิตย์ ทั้งๆที่พ้นฤดูกาลรับน้องมาแล้ว แถมยังมีคนถูกรับน้องจนขาหักก็มี มีการใช้ไม้หน้าสามพันผ้าและต้นกล้วยในการทุบตีอีกด้วยนั้น

นางนก (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี มารดาของนักศึกษาที่ถูกรับน้องโหด เปิดเผยกับข่าวสด ว่า ลูกชายอายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ที่มีชื่อเสียงทางด้านการเกษตร โดยสอบเข้าเรียนสาขาประมง และเพิ่งเข้าเรียนเทอมแรกของปีการศึกษา 2562 ในช่วงที่เปิดเทอมได้ผ่านการรับน้องของมหาวิทยาลัยไปแล้ว   อย่างไรก็ตามยังมีการรับน้องโดยรุ่นพี่สาขาประมงอีก ซึ่งที่จริงแล้วลูกชายโดนรุ่นพี่รับน้องด้วยความรุนแรงมาช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่ยอมบอกพ่อแม่

จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 ช่วงค่ำ รุ่นพี่ได้จัดกิจกรรมรับน้องประจำสาขาอีก และลูกชายที่ถูกสั่งให้นอนคว่ำหน้าถูกทำร้ายด้วยการชกหรือใช้มือทุบที่หลังอย่างแรงหลายครั้ง จนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจไม่ร่วมรับน้องต่อไป

จากนั้นได้กลับไปที่หอพักแล้วให้เพื่อนร่วมห้องถ่ายภาพร่องรอยการถูกทำร้ายส่งมาให้พ่อแม่ดู แต่เนื่องจากเวลานั้นเป็นช่วงดึกแล้ว พ่อแม่จึงเดินทางไปรับตัวลูกชายในวันที่ 5 ต.ค. แล้วพาตัวไปแจ้งความที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายและพบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายจริง จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกันได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยตัวแทน ได้มาพูดคุยเจรจาและรับปากว่าจะเร่งดำเนินการสอบสวนติดตามหาตัวผู้ที่ก่อเหตุมาลงโทษ ทางพ่อแม่มีความเชื่อมั่นว่าทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างจริงจัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ขณะที่ลูกชายหวาดกลัวและสภาพจิตใจย่ำแย่มาก จนตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการเป็นนักศึกษาแล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยยังไม่อนุมัติ

ล่าสุดพบว่าโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่เรื่องราวมีผู้ตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย เห็นว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันกับลูกชาย จึงอยากนำเรื่องราวประสบการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับลูกชายของตัวเองมาเปิดเผยด้วย เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างและกระบอกเสียงให้กับเหยื่อรายอื่นๆ ว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย และการรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยควรจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ไร้ความรุนแรงได้แล้ว

ทั้งนี้ตัวเองในฐานะหัวอกคนเป็นแม่รู้สึกเจ็บปวดอย่างมากที่ลูกชายต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะลูกชายมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้าเรียนที่สาขาประมงของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ได้และสอบติดโควตา แต่สุดท้ายกลับต้องไม่สามารถเรียนต่อได้และต้องยอมลาออก

โดยสาเหตุที่ไม่ใช่ปัญหาจากการเรียน แต่เป็นเพราะการใช้ความรุนแรงในการรับน้อง ซึ่งหวังว่าทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับการรับน้องและมาตรการป้องกันไม่ให้มีการใช้ความรุนแรง รวมทั้งหวังว่าจะไม่มีใครที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับลูกชายตัวเองอีก

บทความก่อนหน้านี้‘รอรี่ แม็คอิลรอย’ ซิวแชมป์กอล์ฟ ‘เอชเอสบีซี’ สุดหืดจับ หลังเพลย์ออฟชนะ ‘ชาฟเฟิล’
บทความถัดไปกรมอุตุฯ เตือน 3-9 พ.ย. สภาพอากาศแปรปรวน ‘ฝนตก-อุณหภูมิลด’ เหนือเจออากาศเย็นมีหมอกช่วงเช้า