ญาติอดีตครูปืนลั่นใส่ปากหมา วอนโซเชียลหยุดดราม่า เตรียมคุยทนายเอาผิด พ.ร.บ.คอมพ์คนคอมเมนต์เสียหาย

กรณีเพจมูลนิธิ วอชด็อก ไทยแลนด์  Watchdog Thailand Foundation (WDT) โพสต์ข้อความถึงเรื่องราวสุนัขถูกยิงด้วยอาวุธปืน ฝีมืออดีตครูเกษียณโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ โดยมีผู้แชร์ข้อความออกไปเป็นจำนวนมาก ต่อมา เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าตรวจสอบ พบว่าอดีตครูคนดังกล่าวคือนายดิเรก โพนทอง อายุ 65 ปี ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนายิงสุนัข เพียงแค่ถือปืนออกมาขู่เพื่อป้องกันหมาเข้ามากัดไก่ชน แต่ปืนลั่น ไม่รู้ว่าถูกปากหมา และพร้อมที่จะชดใช้ค่ารักษา ตามข่าวที่เสนอข่าวแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวและญาติของนายดิเรกเปิดเผยว่า รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ถูกพาดพิงและถูกสังคมจับตามอง จึงอยากเรียกร้องให้เพจดังกล่าวลบข้อความ และตรวจสอบข้อเท็จจริงให้คลอบคลุมทุกด้าน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก่อนจะนำไปเสนอให้สังคมทราบ รวมทั้งขอร้องกลุ่มคนรักหมาหยุดแชร์ เพราะตอนนี้สภาพจิตใจของทุกคนแย่มาก เนื่องจากข้อความที่โพสต์นั้น มีหลายประโยคที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

นางนิตยา โพนทอง อายุ 63 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ น้องสาวนายดิเรก กล่าวว่า ทีแรกรู้สึกสงสัยที่เพื่อนแชร์ข่าวดังกล่าวมาให้ดู ถึงแม้จะไม่ระบุชื่อบุคคลที่เป็นคนยิงหมากัดไก่ แต่จากการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และปศุสัตว์ เข้ามาสอบถามที่บ้าน ก็ยินดีจะให้ข้อมูล และตนก็อยากจะขอความเป็นธรรมจากเพจ WDT และจากสังคมออนไลน์ด้วยว่าขอให้หยุดโพสต์ หยุดแชร์ เพราะทั้งเจ้าของไก่และเจ้าของหมาเป็นญาติพี่น้องกัน เข้าใจกันดี ไม่อยากให้มีการแชร์ให้เป็นเรื่องยาวใหญ่โตไปอีก

นางนิตยากล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระบุตัวบุคคล แต่ก็เหมือนชี้ชัดมาที่บ้านหลังนี้ว่าเป็นคนก่อเหตุ เพราะนายดิเรกพี่ชายตนเป็นอดีตครูโรงเรียนดังที่อ้างจริง ดังนั้น ตนพร้อมที่จะอธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแทนพี่ชาย เนื่องจากนายดิเรกมีโรคประจำตัว มีภาวะเส้นโลหิตฝอยในสมองแตกเมื่อปี 2556 นอกจากนี้ยังมีอาการเป็นโรคหัวใจด้วย จึงไม่อยากให้มีเรื่องกระทบจิตใจ ที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอีก เพราะเรื่องหมากัดไก่ ทางเรากับนายรุ่งศักดิ์ จันทรัตน์ ซึ่งเป็นน้องภรรยานายดิเรก สามารถพูดคุยตกลงกันได้ ต่างคนต่างเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีใครอยากให้มีเรื่องมีราว ควรจะยุติเรื่องได้แล้ว

ด้านนายไชยวัฒน์ โพนทอง อายุ 67 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ พี่ชายนายดิเรก กล่าวว่า ตอนนี้ตนและญาติกำลังเตรียมข้อมูลและปรึกษาทนายเพื่อฟ้องร้องในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อบุคคลที่แสดงความคิดเห็นที่ทำให้นายดิเรกและญาติรู้สึกว่าได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคมออนไลน์ เพราะครอบครัวเรา โดยเฉพาะนายดิเรกเป็นคนรักสัตว์ เลี้ยงสัตว์ มีความเมตตาต่อสัตว์ทุกประเภท โดยเฉพาะหมาและไก่ ไม่ได้มีใจคอโหดร้ายที่จะตั้งใจไปยิงปากหมาจนเลือดกบปากอย่างนั้น

“เรื่องหมาเข้ามากัดไก่ ซึ่งเป็นไก่ชนที่แต่ละตัวมีราคาค่อนข้างสูงหลายหมื่นบาท บางตัวราคาเกือบแสนบาท คนที่เป็นเจ้าของไก่ก็ย่อมรักและแหนหวงเป็นธรรมดา การที่จะปกป้องไก่ชนของตนให้รอดพ้นจากคมเขี้ยวหมาตัวหนึ่ง ด้วยการใช้ไม้หรือใช้ก้อนหินขับไล่ หรืออย่างอื่นใดก็ย่อมจะสามารถทำได้ ในส่วนที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย บอกว่าใช้ปืนยิงหมาเป็นการทารุณกรรมสัตว์ และมีการด่าทออย่างเสียหายนั้น โดยส่วนตัวยอมรับไม่ได้กับข้อความดังกล่าว จึงอยากขอร้องให้เพจดังกล่าวได้ลบโพสต์นี้ออก เพื่อยุติเรื่องโดยสงบ และครั้งต่อไปอยากให้มีการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน รับฟังเรื่องราวของทั้งสองฝ่ายเสียก่อนแล้วค่อยโพสต์และแชร์ออกไป” นายไชยวัฒน์กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนสภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง แม้เจ้าของสุนัขจะไม่แจ้งความเป็นคดี ซึ่งพบว่า เหตุการณ์ที่สุนัขเข้าไปกัดไก่ของนายนายดิเรกเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เอาเรื่องกัน เนื่องจากนายดิเรกและนายรุ่งศักดิ์ จันทรัตน์ เจ้าของหมา เป็นญาติกัน ซึ่งวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 ของนายดิเรก พบว่า มีใบอนุญาต (ป.4) ถูกต้อง ยิงในเขตบ้านตนเอง และยิงนัดเดียว เพื่อปกป้องทรัพย์สิน พอสมควรแก่เหตุ ถือเป็นการป้องกันโดยชอบถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ในส่วนของสุนัขล่าสุดรักษาอยู่ที่คลินิกสัตว์ในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งทางนายดิเรกยินดีที่จะออกค่ารักษา และรับตัวกลับมาเลี้ยง เนื่องจากเจ้าของสุนัขไม่เลี้ยงต่อไปอีกแล้ว

บทความก่อนหน้านี้อดีตกรธ.เตือนคิดให้ดีแก้รธน. หวั่นซ้ำรอยเสียงข้างมากลากไป ขอให้เวลาใช้รธน.ฉบับนี้
บทความถัดไปคนไทยใช้น้ำมันโตเล็กน้อยตามทิศทางศก. อานิสงส์บาทแข็งนำเข้าถูกลง