โผล่อีก! ผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะ ร้องถูกล่อซื้อเพลง ‘รักสาวลูกสอง’ ผิดลิขสิทธิ์ โดนเป็นร้อยราย

ผู้ประกอบการร้านคาราโอะเหนือ ยื่นหนังสือถึง ผบช.ภ. 5 ขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าของเพลง “รักสาวลูกสอง” ล่อซื้อเพลงคาราโอเกะ แจ้งความดำเนินคดีกว่า 100 ราย ชี้คล้ายกรณีล่อซื้อกระทงรูปการ์ตูนเด็กอายุ 15 ปี ที่โคราช

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวิจิตร ลิ้มสมบัติอนันต์ ประธานชมรมคาราโอเกะแห่งประเทศไทยและภาคเหนือ พร้อมสมาชิก และผู้ประกอบการกว่า 50 คนได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5ผ่าน พ.ต.อ.ปรีชา เนตรประชา ผกก.สอบสวน สส.ภาค 5 เพื่อร้องทุกข์และขอความเป็นธรรม กรณีนายมนัส สุฤทธิ์ เจ้าของผลงานเพลง “รักสาวลูกสอง” ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะ กว่า 100 ราย ฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าว หลังนายมนัส ใช้วิธีเปิดเพลงดังกล่าว พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ก่อนแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการบางราย ยอมจ่ายเงินรายละ 20,000 บาท เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีดังกล่าว ซึ่งผู้ประกอบการได้ถือป้าย มีข้อความว่า “หยุด การล่อซื้อสินค้าลิขสิทธิ์” หรือ “สร้างหลักฐานเท็จ แล้วมาแจ้งความ ทำให้คนอื่นเดือดร้อน” ซึ่ง พ.ต.อ.ปรีชา ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ ก่อนเสนอต่อ พล.ต.ท.ประจวบ เพื่อพิจารณาสั่งการตามลำดับ โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยกว่า 30นาย ซึ่งใช้เวลากว่า 30 นาที ก่อนแยกย้ายสลายตัว

นายวิจิตร กล่าวว่า นายมนัส ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการแต่ไม่มีผู้กระทำความผิด ซึ่งบางคดีพนักงานสอบสวนไม่ได้ออก หรือลงเลขคดี เพื่อให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ย อีกทั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้แจ้งแล้วว่า เจ้าของสิทธิ์เป็นเจ้าของรายเดียวหรือไม่ เพราะบริษัทเอ็มเอ็นมิวสิค จำกัด ที่ดูแลลิขสิทธิ์ดังกล่าว ได้หมดสัญญากับบริษัทลิขสิทธิ์เซ็นเตอร์ จำกัดแล้ว จึงไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แท้จริง ถ้าเป็นเพลงหรือมีลิขสิทธิ์ซ้ำซ้อน ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ถ้าเจ้าของสิทธิ์มีหลายคน

“เจ้าของผลงานเพลงดังกล่าว ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายนั้น เข้าข่ายกระทำการล่อซื้อ เพื่อให้ได้หลักฐานไปดำเนินคดี และเรียกรับผลประโยชน์ ทำให้ผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และยังเข้าข่ายละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ มาตรา 123 ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว ไม่ครบองค์ประกอบกฎหมาย เพราะยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดดังกล่าว ตามคำอุทธรณ์คดีพิเศษที่ 924/2562 ที่ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่มีอำ
นาจดำเนินคดี เพราะเป็นการร้องทุกข์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกรณีดังกล่าวคล้ายกับกรณีล่อซื้อกระทงรูปการ์ตูนของเด็กวัย 15 ปี ที่ จ.นครราชสีมา หรือโคราชด้วย” นายวิจิตร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้น่ารัก! ชมคลิป ‘เมื่อหมูป่าหลงไปเดินบนระเบียงกระจก’ สูงจนก้าวขาไม่ออก
บทความถัดไปจับ 2 ผู้ต้องหายิงถล่ม ผช.ส.ส.ภูมิใจไทยพัทลุง เร่งขยายผลผู้จ้างวาน-แรงจูงใจ