เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงตรัง “จับมือ” ชาวบ้านเดินหน้าวางทุ่นกำหนดพื้นที่คุ้มครองพะยูน

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงตรัง “จับมือ” ชาวบ้านเดินหน้าวางทุ่นกำหนดพื้นที่คุ้มครองพะยูน ขีด 10กรอบ คุมเข้มป้องกันการรบกวนพะยูนขณะกินหญ้า และป้องกันการนำนักท่องเที่ยวนั่งเรือไล่ต้อนชมพะยูนในทะเลตรัง

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์  หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง  กล่าวว่า ตนนำเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง, ตัวแทนประมงพื้นบ้าน กลุ่มพิทักษ์ดุหยง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.เกาะลิบง  ร่วมกันนำทุ่นจำนวน 6 ลูก สำหรับผูกเรือบริเวณพื้นที่หน้าเขาบาตูปูเต๊ะ  – หอชมพะยูน หมู่ 4 ต.เกาะลิบง เชื่อมต่ออ่าวทุ่งจีน – แหลมจุโหย  ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ และถิ่นอาศัยสำคัญของพะยูนฝูงใหญ่ของประเทศไทยที่มีอยู่มากกว่า 180 ตัว กำหนดพื้นที่คุ้มครองแหล่งหญ้าทะเล คุ้มครองพะยูน ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว  หลังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง – เขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้รับการประกาศเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน ลำดับที่  45 และ 46 ในภูมิภาคอาเซียน และถือเป็นมรดกอาเซียนลำดับที่ 5 และ 6 ของประเทศไทย

นายชัยพฤกษ์  กล่าวอีกว่า ทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และชุมชนได้ร่วมกันกำหนดกติกาชุมชนนับ 10 ข้อ ในการนำเรือเข้าชมพะยูนในบริเวณดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการกินหญ้าของพะยูน ป้องกันการนำเรือไล่ต้อนชมพะยูน เช่น 1. ให้ใช้เชือกผูกเรือบริเวณแนวทุ่นที่กำหนดไว้เท่านั้น , 2.ห้ามใช้เรือสปีดโบ๊ทเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวชมพะยูน, 3. ให้นั่งเรือแคนูของชุมชนเข้าไปในพื้นที่ชมพะยูน แต่ต้องให้ห่างจากพะยูนในระยะประมาณ 15 เมตร , 4.ห้ามขับเรือไล่ตามพะยูน หรือถ่อเรือต้อนพะยูน และห้ามส่งเสียงดังรบกวนพะยูนและสัตว์ป่าอื่นๆ , 5.ห้ามถ่ายภาพนิ่ง ภาพใต้น้ำ หรือถ่ายวีดีโอใต้น้ำที่เป็นการรบกวนพะยูนและสัตว์ป่าอื่นๆ ,การดูพะยูนจากกล้องส่องทางไกล , 6.ห้ามใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูนหรือผิดกฎหมายบริเวณที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าทุกชนิด ,7.ห้ามให้อาหารปลา สัตว์ป่า และห้ามทิ้งขยะหรือของเสียจากเรือทุกประเภทลงในทะเล ,8.ให้เรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวลงทะเบียนเรือท่องเที่ยวพร้อมบุคคล ต่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง  ,9. ให้อบต.เกาะลิบงและเขตห้ามล่าฯจัดเก็บสถิตินักท่องเที่ยวที่เข้าท่องเที่ยวในเขตห้ามล่าฯ และ 10.กำหนดให้เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯเป็นผู้ดูแลควบคุมการท่องเที่ยว และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยประจำการบริเวณสะพานหอชมพะยูน

“ในอนาคตจะกำหนดให้ชมพะยูนจากที่สูงบนเขาบาตูปูเต๊ะ ขณะนี้ได้ทำหนังสือขออนุมัติงบประมาณไปยังกรมอุทยานฯ เพื่อสร้างบันไดขึ้นไปชมพะยูนบนลานชมพะยูนบนเขาบาตูปูเต๊ะเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมพะยูนบนภูเขาได้ โดยไม่ต้องนั่งเรือ  ซึ่งการวางทุ่นกำหนดเขตพื้นที่นั้นทางเขตห้ามล่าฯร่วมกับชุมชนทำต่อเนื่องมาตลอด ทั้งทุ่นกำหนดเขตแนวหญ้าทะเล แหล่งพะยูน ทุ่นสำหรับผูกเรือ และในเดือนธันวาคมจะวางเพิ่มในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลหาดมดตะนอย เพิ่มอีก 15 ลูก และในปี 2563 จะมีการวางทุ่นเพิ่มอีกในหลายจุด ตามแนวหญ้าทะเลรอยต่อร่องน้ำ เพื่อป้องกันและระวังเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายาก แต่จะไม่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวชุมชน  และเพื่อคุ้มครองแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ในบริเวณพื้นที่อุทยานมรดกอาเซียน ให้เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำวัยอ่อนในทะเลตรัง คงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลตรังให้ยั่งยืนตลอดไป” นายชัยพฤกษ์ กล่าว

ด้านนายสุเทพ ขันชัย  ประธานกลุ่มพิทักษ์ดุหยง  กล่าวว่า ตนเองและชุมชนเห็นด้วยที่มีการวางทุ่นกำหนดเขตพื้นที่ในการดูพะยูน โดยให้เรือท่องเที่ยวผูกเรือไว้ที่ทุ่น แล้วลงเรือแคนูของชุมชนเข้าไปดู เป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ประชาชนในชุมชน และเป็นการจัดระเบียบความเรียบร้อย ไม่ให้เป็นการรบกวนพะยูน ไม่ให้มีการไล่ชมพะยูน ถือว่าทางเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯและชุมชนร่วมกันยกระดับแผนบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมร่วมกันมากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลุกวงหุ้น : “ทรีนีตี้” ชี้หุ้นไทยยังแกว่งตัวในกรอบแคบต่อเนื่อง แถมมีโอกาสซึมตัวลงกว่าเดิม (ชมคลิป)
บทความถัดไปศูนย์อุตุฯใต้ฝั่งตะวันออกสงขลาเตือน “19 พ.ย.” ฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นอ่าวไทยแรงขึ้น