ผู้ว่าฯแม่กลอง มั่นใจแก้ปัญหาน้ำเสียในคลองวัดประดู่ได้ หลังหมักหมมมานาน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ตามที่จังหวัดสมุทรสงครามได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเสียในคลองประดู่มาเป็นระยะเวลานานประกอบกับ สำนักงานตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากปัญหาน้ำเสียที่เกิดจากฟาร์มสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพของประชาชนในจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง ที่ผ่านมาจังหวัดราชบุรี, จ.สมุทรสงคราม, และจ.เพชรบุรี ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 เพื่อแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำเสียจากแหล่งต่างๆ แต่ปรากฏว่ายังมีประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเสียดังกล่าว

“ผลการศึกษาปัญหาน้ำเสียในคลองวัดประดู่ของสถาบันพระปกเกล้า ปี พ.ศ.2559 พบสาเหตุ 5 ด้านประกอบด้วย 1.น้ำเสียจากขี้หมูจาก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ไหลลงสู่คลองวัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และไหลลงสู่อ่าวไทยที่ ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี,ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และ ต.คลองโคน อ.เมืองสมุทรสงคราม, 2.น้ำเสียจากครัวเรือน, 3.ยาฆ่าแมลงจากการเกษตร,4.ปศุสัตว์ริมคลอง และ 5.วัชพืชและผักตบชวา โดยแนะนำแนวทางการแก้ไข 5 ข้อ ได้แก่ 1.หน่วยงานภาครัฐ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด, 2.จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การจัดการน้ำเน่าเสียในชุมชน,3.จัดตั้งกองทุนบำบัดน้ำเสียในชุมชนคลองวัดประดู่, 4.ตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำจากทุกภาคส่วน, 5.ควรมีการลงทุนจากภาคเอกชนในการนำมูลสุกรไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์” นายชรัส กล่าว

นายชรัส กล่าวอีกว่า  ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาดังกล่าว อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลอย่างยั่งยืน จังหวัดสมุทรสงครามจึงแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วยคณะกรรมการอำนวยการมีตนเป็นประธาน และคณะทำงาน 5 คณะคือ ด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย ให้ตรวจสอบเก็บตัวอย่างน้ำเสียอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง โดยรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลปัญหา, ด้านการกำจัดตะกอนเลนที่ตกค้างสะสมในคลองและบริเวณหน้าประตูน้ำ ให้บำบัดและกำจัดตะกอนเลนที่สะสมตกค้างอย่างถูกวิถีและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ด้านการกำจัดผักตบชวา ให้กำจัดผักตบชวาและวัชพืช, ด้านการประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนให้อย่างถูกต้องและด้านการติดตามและประเมินผล มีหน้าที่ประสานงานติดตามเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ตนได้เร่งรัดให้คณะทำงานทั้ง 5 คณะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุดภายใต้แนวทางการทำงานให้ดีต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ของตนเองในทุกคลองทุกสายน้ำ แต่จะเน้นที่คลองวัดประดู่ซึ่งมีปัญหาหมักหมมมานาน เพื่อเป็นนำร่องในการแก้ไขปัญหาน้ำคลองในจังหวัดสมุทรสงครามอย่างยั่งยืนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มแบงก์ซิ่งกระบะชนการ์ดเลน ถูกอักอปปี้ดับคารถ
บทความถัดไปพัฒนา‘ตลาดแรงงานไทย’ คือหัวใจของเศรษฐกิจ